หายหน้าไปพักใหญ่จากหน้าจอ สำหรับพระเอกหนุ่มรูปหล่อ “นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ” ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องมรสุมความรักในชีวิตส่วนตัว ล่าสุด นาย ณภัทร ได้มาเปิดใจอย่างหมดเปลือกถึงชีวิตในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ผ่านรายการ SOFT SPOT PODCAST โดยยอมรับว่าได้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตมาแล้ว และเผยถึงเหตุผลที่ต้องหยุดงานแสดงไปถึง 1 ปี
นาย ณภัทร เปิดเผยว่า “ช่วงที่ผ่านมาต้องล้างกระดาษชีวิตใหม่หมดเลยทุกอย่า โดยยอมรับว่าเพิ่งเข้าใจความหมายของคำว่า “รักตัวเอง” อย่างแท้จริง และตัดสินใจที่จะเปลี่ยนมุมมองการใช้ชีวิตใหม่ทั้งหมด” โดย นาย เล่าว่า “ณ วันนี้ที่เป็นเวอร์ชั่นอายุ 29 ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ผมล้างกระดาษชีวิตใหม่หมดเลยทุกอย่าง คำว่ารักตัวเองเพิ่งเข้าใจจริงๆ เหมือนกัน เพิ่งรู้ว่ามันรู้สึกยังไง จัดการยังไง ผลของมันคืออะไร ไม่ใช่ในเชิงความคิดแต่เป็นในเชิงของอารมณ์ด้วย ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรก็แล้วแต่ต่อไปนี้จนตายผมจะเลือกตัวเองเป็นอันดับหนึ่งตลอด ไม่ได้แปลว่าเห็นแก่ตัว”

“ผมเป็นคนที่โอบกอดคน แคร์คนรอบข้าง ไม่ชอบเห็นคนอื่นเป็นทุกข์ เป็นเพราะเราอยากทำให้ทุกคนมีความสุขได้มากที่สุดจนลืมตัวเองไปหมด ผมไม่เคยเอาตัวเองเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในชีวิตเลย บางคนอาจจะมองว่าเห็นแก่ตัว แต่เราไม่รู้ เรามองว่าเราพยายามทำให้คุณนะ จนวันหนึ่งเรามองข้ามตัวเองไป ในช่วงที่ผมล้างกระดาษชีวิตตัวเอง ผมหยุดการแสดงไปหนึ่งปีเพื่อที่จะทำงานกับร่างกาย มันเหมือนผมเป็นคนที่ร่างแหลกแตกไม่เหลือชิ้นดี คิดว่าทุกอย่างคือจุดจบของชีวิต จนวันหนึ่งมีอะไรมาเปลี่ยนความคิดอาจจะเป็นเรื่องของการวิ่ง มาวันหนึ่งความคิดของผมเกิดขึ้นว่าไม่เป็นไรมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เพราะในขณะที่ชีวิตทุกคนมีปัญหา ผมบอกตัวเองว่าผมไม่ได้เจอเรื่องนี้แค่คนเดียว หลังจากนั้นเพราะความอบอุ่นในร่างกายมันเริ่มเปลี่ยนเป็นอุณหภูมิที่เรามองว่าไม่เป็นไร ล้มแล้วลุก”

“ผมหยุดงานแสดงไปหนึ่งปีเพื่อที่จะมั่นใจว่าจะต่อตัวเองจากนิ้วเท้าขึ้นมาทีละอัน ผมจะไม่เหลือความรู้สึกที่จะเป็นเอฟเฟกต์ด้านลบในอนาคตทั้งตัวผมและกับผู้อื่น ผมไม่ได้จะล้างสิ่งที่ไม่ดีนั้นออกไปหมด แต่ผมอยู่กับมัน เข้าใจ ยอมรับ บอกไม่ได้ว่าใช้เวลานานเท่าไหร่เพราะเป็นเรื่องของอารมณ์แต่จะให้เวลา และหันมาโฟกัสสภาวะอารมณ์ของตัวเอง อันนี้เป็นวิธีที่ผมค่อยๆ เวิร์กกับตัวเอง หลายคนว่าผมหายไปไหน ผมอยากจะบอกว่าผมใช้เวลากับสิ่งที่มีประโยชน์กับชีวิตครับ คือการทำงานกับร่างกายตัวเอง”


ขอบคุณภาพจาก:KARNFOEI



