สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ว่า ดับเบิลยูเอชโอ ระบุในรายงานสรุปประจำปีว่า ผู้เสียชีวิตจากวัณโรค ลดลง 3% จากปี 2566 ขณะที่จำนวนผู้ป่วยลดลงเกือบ 2% ซึ่งหน่วยงานประมาณการว่ามีผู้ป่วยวัณโรคทั่วโลก 10.7 ล้านคน แบ่งออกเป็นผู้ชาย 5.8 ล้านคน ผู้หญิง 3.7 ล้านคน และเด็ก 1.2 ล้านคน

นางเทเรซา คาซาเอวา หัวหน้าแผนกเอชไอวี วัณโรค โรคไวรัสตับอักเสบ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ของดับเบิลยูเอชโอ กล่าวว่า จำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากวัณโรคในปัจจุบัน “ลดลงเป็นครั้งแรก” นับตั้งแต่การระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อบริการต่าง ๆ

“การตัดเงินทุน และปัจจัยกระตุ้นการระบาดอย่างต่อเนื่อง คุกคามความสำเร็จที่ได้มาอย่างยากลำบาก แต่ด้วยความมุ่งมั่นทางการเมือง การลงทุนที่ยั่งยืน และความสามัคคีทั่วโลก เราจึงสามารถพลิกสถานการณ์ และขจัดโรคร้ายที่มีมาอย่างยาวนานนี้ได้อย่างสิ้นเชิง” คาซาเอวา กล่าวเพิ่มเติม

ขณะที่ นพ.เทดรอส แอดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการดับเบิลยูเอชโอ กล่าวว่า การลดลงของภาระวัณโรคทั่วโลก และความก้าวหน้าในการตรวจวินิจฉัย การรักษา การป้องกันทางสังคม และการวิจัย ล้วนเป็นข่าวที่น่ายินดี หลังการเผชิญกับอุปสรรคนานหลายปี แต่ถึงอย่างนั้น ความคืบหน้าก็ไม่ใช่ชัยชนะ

“ข้อเท็จจริงที่ว่า วัณโรคยังคงคร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 1 ล้านรายต่อปี แม้มันเป็นโรคที่สามารถป้องกันและรักษาให้หายขาดได้ ถือเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้” นพ.เทดรอส กล่าวทิ้งท้าย.

เครดิตภาพ : AFP