นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รักษาการผู้ว่า รฟท. เปิดเผยภายหลังนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า ภาพรวมการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ ระยะ (เฟส) ที่ 1 สายใต้ ช่วงนครปฐม-ชุมพร ระยะทาง 420 กม. คืบหน้า 72.49% ก่อสร้างเสร็จตั้งแต่ปี 2567 เปิดใช้งานทางคู่ตลอดเส้นทางแล้ว ช่วยลดเวลาเดินทางจาก 8 ชม. เหลือ 6 ชม. ใช้ระบบทางสะดวกอิเล็กทรอนิกส์ (E-token)

เนื่องจากยังอยู่ระหว่างติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณล่าช้า เพราะส่งมอบพื้นที่ติดตั้งระบบล่าช้า คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดใช้งานเต็มระบบปลายปี 2569 ลดเวลาเดินทางลงอีก 1 ชม. เหลือ 5 ชม.

ส่วนโครงการรถไฟทางคู่ เฟสที่ 2 สายใต้ 3 เส้นทาง เสนอกระทรวงคมนาคมเพื่อเสนอ ครม. พิจารณาแล้ว

– ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี

– สุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา

– ชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์

นอกจากนี้ยังพัฒนารถไฟทางคู่สายใหม่

– สุราษฎร์ธานี-พังงา-ท่านุ่น เชื่อมทะเลอ่าวไทย และอันดามัน (เกาะสมุย-ภูเก็ต) อยู่ระหว่างพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA)

– พัฒนาสถานีชุมทางหาดใหญ่ และปาดังเบซาร์ให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้า เชื่อมต่อชายแดนและกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาคด้วย

นายอนันต์ กล่าวอีกว่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีข้อเสนอให้ รฟท. ขยายเส้นทางขบวนรถไฟท่องเที่ยวจากสิ้นสุดที่หัวหิน มา อ.ปราณบุรี และตัวเมือง จ.ประจวบฯ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางราง จะนำร่องจัดขบวนรถไฟ KIHA 183 ยังปราณบุรีวันที่ 15-16 พ.ย. 2568 และตัวเมือง จ.ประจวบฯ วันที่ 14-15 ธ.ค. 2568 หากประสบความสำเร็จ จะขยายเส้นทางอื่นๆ อาทิ กุยบุรี และบางสะพานน้อย