เมื่อวันที่ 13 พ.ย.ผู้หญิงวัย 24 ปี ซึ่งเป็นพนักงานในบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AUM) ระดับแนวหน้าแห่งหนึ่ง ได้โพสต์ระบายความอัดอั้นผ่านโซเชียลมีเดียถึงสภาพการทำงานที่หนักหน่วงและกดดัน จนนำไปสู่ภาวะ “ถึงจุดแตกหัก” โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมของหัวหน้างานที่เรียกร้องการตอบกลับนอกเวลางานอย่างไม่สมเหตุสมผล

พนักงานสาวรายนี้เปิดเผยว่าเธอต้องทำงานล่วงเวลาอย่างหนัก โดยล่าสุดคือการทำงานต่อเนื่องถึง 14 ชั่วโมง ตั้งแต่ 10.00 น. ไปจนถึงเที่ยงคืน และยังต้องทำงานในช่วงสุดสัปดาห์มานานติดต่อกันถึงสองสัปดาห์แล้ว

หัวหน้าสุดโต่ง ส่งข้อความเรียกตอบตี 3

ประเด็นที่สร้างความตึงเครียดที่สุดคือการถูกหัวหน้างานในสถานที่ทำงาน (On-site Lead) ซึ่งเธอเรียกว่าเป็น “คนชอบควบคุมทุกอย่างอย่างบ้าคลั่ง” ส่งข้อความมาหาในเวลา 02:45 น. และคาดหวังให้เธอตอบกลับทันที

“ฉันไม่ตอบ เพราะฉันหลับอยู่จริง ๆ” พนักงานสาวกล่าว “แต่เธอกลับไปบ่นกับหัวหน้างานอีกคน (Offshore Lead) ด้วยท่าทีที่หยาบคาย ราวกับว่าการออนไลน์ตอบงานตอนตี 3 เป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ และสิ่งที่น่าตกใจคือ ฉันต่างหากที่ต้องเป็นคนไปขอโทษเธอเรื่องนี้!”

ร้องเรียนไม่เป็นผล: ผู้จัดการ “ไร้ประโยชน์”

พนักงานรายนี้ยังระบุอีกว่า เธอเคยยื่นเรื่องร้องเรียนพฤติกรรมดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น เนื่องจากหัวหน้าคนดังกล่าวมีอำนาจมากเกินไป และทุกครั้งที่พยายามร้องเรียน สถานการณ์กลับแย่ลงกว่าเดิม ส่วนผู้จัดการของเธอนั้นก็ “ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง” เพราะทำได้แค่เห็นด้วยกับทุกสิ่งที่หัวหน้าที่มีปัญหากล่าวอ้าง

จิตใจย่ำแย่ แห่ให้กำลังใจ

เธอเผยว่าขณะนี้เธออยู่ในภาวะ “หมดสภาพทางจิตใจ วิตกกังวลอยู่ตลอดเวลา” และถึงขั้นกลัวที่จะเปิดแล็ปท็อปเพื่อทำงาน เธอกำลังตั้งคำถามกับตัวเองว่าควรลาออกทันที หรือจะพยายามทนอยู่ต่อไปอีกสักสองสามเดือนเพื่อหางานใหม่ “งานนี้กำลังทำลายความสงบสุขในชีวิตของฉัน” เธอกล่าวทิ้งท้าย

เรื่องราวของเธอได้สร้างความเห็นอกเห็นใจจากชาวเน็ตจำนวนมาก ซึ่งต่างเข้ามาให้กำลังใจและแบ่งปันประสบการณ์ที่คล้ายกัน พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการตัดสินใจลาออกจากงานที่บั่นทอนสุขภาพจิตเช่นนี้