สันธนะ ประยูรรัตน์  หรือ อดีต พ.ต.ท.สันธนะ หรือ รองต่อ เกิดเมื่อวันที่ 13 ม.ค.2502 ที่กรุงเทพฯ เป็นบุตรคนที่ 3 ในจำนวนพี่น้อง 6 ของ พล.ต.ต.สมชาย และนางนิตยา ประยูรรัตน์ และเป็นน้องชายของ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ อดีต เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ชีวิตครอบครัวสมรสกับ นางพรรณี ประยูรรัตน์ มีบุตรร่วมกัน 2 คน

สำเร็จการศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น ที่ โรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก กทม. จากนั้นเข้าเรียนที่โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 17 และต่อด้วยโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 33 ต่อมาได้ศึกษาต่อที่วิทยาลัยตำรวจ เอฟ.บี.ไอ ประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะรัฐศาสนศาสตร์ และปริญญาโทจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ต่อมาในปี  2535 สันธนะ เริ่มรับตำแหน่งสำคัญในสายงานตำรวจ ในตำแหน่ง สารวัตรงาน 5 กองกำกับการ 3 กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจสันติบาล ก่อนโยกไปเป็น สารวัตรงาน 4 ฝ่าย 4 กองตรวจคนเข้าเมือง 2 ก่อนขึ้นเป็น รองผู้กำกับการชุดตรวจงานป้องกันปราบปราม ส่วนตรวจราชการ 5 สำนักงานจเรตำรวจ เมื่อปี 2539 และรองผู้กำกับการ 1 กองตำรวจสันติบาล 2 เมื่อปี 2543 และในปีเดียวกันนี้เอง พ.ต.ท.สันธนะ ถูกลอบสังหาร แต่เจ้าตัวกลับรอดหวุดหวิด โดยลูกน้องคนสนิทรับเคราะห์แทน และในปี 2550 พ.ต.ท.สันธนะ ได้ลงสมัคร สส. กทม. เขต 5 ในนามพรรคประชากรไทย แต่ก็ต้องสอบตก

จากนั้นวันที่ 24 ต.ค. 2561 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระราชานุญาตให้ถอดยศตำรวจ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ “พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์” ออกจากยศตำรวจ ตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค. 2545 ซึ่งเป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ เนื่องจากได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเบญจมาภรณ์ช้างเผือก

ในปี 2552 นายสันธนะพร้อมพวกรวม 8 คน ถูกตำรวจ สภ.เชียงแสน จังหวัดเชียงราย จับกุม บริเวณชายแดนเมื่อวันที่ 13 กันยายน ในข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณชายแดนเชียงแสน

ต่อมา 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย เดินทางไปที่บ้านพักของ นาย สันธนะ พร้อมแสดงหมายจับรวม 8 หมาย ในคดีความผิดกรรโชกทรัพย์ ก่อนเจ้าตัวจะถอดเสื้อและมอบตัวในเวลาต่อมา

นายสันธนะ ยังตกเป็นข่าวโด่งดังหลายครั้ง อาทิ คดีในตลาดใหม่ดอนเมือง พ.ศ.2561 เคยถูกออกหมายจับในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์หรือรีดไถผู้ค้าในตลาดใหม่ดอนเมือง, คดีหมิ่นประมาทนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ซึ่งมีการฟ้องร้องกันไปมาหลายครั้ง รวมไปถึงเหตุการณ์ปะทะเดือด กับ บังมัด คลองตัน ซึ่งปรี่เข้ามาตบหน้า เหตุเกิดเมื่อช่วงเดือน เม.ย.68

ก่อนต่อมาในปี 2564 นายสันธนะ ถูกออกหมายจับในคดี อุ้มรีดค่าไถ่ชาวไต้หวัน  และล่าสุด 13 พ.ย. นายสันธนะ พร้อมพวก ถูกสืบนครบาล จับจาก คดีเมื่อปี 2564 เหตุไม่มาพบอัยการ ตามหมายเรียก.