เมื่อวันที่ 17 เม.ย. นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.เขต 5 จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ เปิดเผยภายหลังได้เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ที่บ้านศรียะลา พร้อมกับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี โดยนายกมลศักดิ์ เปิดเผยว่า ได้ขอบคุณนายกฯ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคลี่คลายคดีของตน จนออกหมายจับได้ 5 คน และจับกุมได้ 4 คน ก่อนจะครบ 1 เดือนในอีก 2 วัน ซึ่งนายกฯ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำงานอย่างเต็มที่ในการสืบสวนสอบสวน ใครทำผิดต้องเอาตัวมาลงโทษให้ได้
“คนเหล่านี้ผมไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวสักคน เชื่อว่ามีคนใช้จ้างวานให้ทำร้ายผม ไม่ใช่แค่ผม แต่คนในพื้นที่ต้องการทราบว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้” นายกมลศักดิ์ กล่าว
นายกมลศักดิ์ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นตนให้ข้อมูลลับกับนายกฯ แล้ว เพื่อให้สาวถึงตัวผู้บงการ และพยายามเสาะหาข้อเท็จจริงในพื้นที่ ส่วนจะไปถึงหรือไม่ ในทางคดีต้องใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจ ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์แล้ว ส่วนกรณีบุคคลที่ 3 ที่พบว่าผู้ต้องหาได้โทรศัพท์พูดคุยหลังก่อเหตุนั้น ตนได้ข้อมูลจากคนที่ให้การรับสารภาพว่า มีการรายงานไปยังบุคคลที่ 3 ซึ่งคนนั้นคือใคร ต้องใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เชื่อว่าไม่เกินความสามารถของตำรวจ และหวังให้มีการติดตามตัว ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี มือปืนที่ยังหลบหนี เพื่อจะได้ข้อมูลไปถึงผู้บงการ
เมื่อถามว่าคำพูดของแม่ทัพภาคที่ 4 นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าถามคนที่นี่ในสื่อโซเซียล เห็นอยู่แล้วว่าคำพูดของแม่ทัพภาคที่ 4 สำหรับคำตอบของคนที่นี่ อาจต่างจากคนภาคอื่น เพราะวิถีชีวิตต่างกัน เพราะความคิดของคนที่นี่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน
“ผมไม่สบายใจตราบใดที่ยังไม่ได้ผู้บงการ แต่ก็หวังว่าจะได้รับความยุติธรรม ให้โอกาสทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงาน ที่ผ่านมาชื่นชมในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่รู้สึกสบายใจขึ้นที่ได้บอกข้อเท็จจริงให้นายกรัฐมนตรีทราบ ส่วนผลเป็นยังอย่างไรให้ถามจากนายกรัฐมนตรี และกรณี ร.อ.วิโรจน์ หลบหนีไปต่างประเทศ หากตามตัวไม่ได้ และครบกำหนดฝากขัง 4 ผู้ต้องหา ก็ดำเนินการสั่งฟ้องได้ และส่วนตัวยังไม่ตัดประเด็นใด ทั้งความมั่นคงและการเมือง” นายกมลศักดิ์ กล่าว
นายกมลศักดิ์ ยังกล่าวยอมรับว่าห่วงความปลอดภัยของตนเอง และได้ยื่นขอคุ้มครองพยานจากกระทรวงยุติธรรมแล้ว ยอมรับว่าชีวิตไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และตราบใดยังจับคนร้ายและผู้บงการไม่ได้ ชีวิตตนเองก็ไม่ปลอดภัย.



