สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ว่า การคว่ำบาตรเพื่อนของเซเลนสกี เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังผู้นำยูเครนเรียกร้องให้รัฐมนตรี 2 คน ลาออกจากตำแหน่ง นับเป็นความพยายามแยกตัวออกจากพันธมิตรที่เกี่ยวข้องกับแผนการฟอกเงินครั้งใหญ่

หน่วยงานต่อต้านการทุจริตของยูเครน ระบุว่า แผนการดังกล่าวเป็นการยักยอกเงินทุนมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,232 ล้านบาท) จากภาคส่วนพลังงาน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการโจมตีของรัฐบาลมอสโก ส่งผลให้ประเทศประสบปัญหาไฟฟ้าดับ

ด้านเจ้าหน้าที่สืบสวนของยูเครน กล่าวว่า นายทิมูร์ มินดิช นักธุรกิจ วัย 46 ปี ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเซเลนสกี เป็นผู้บงการแผนฉ้อโกงนี้

ขณะที่สำนักงานของเซเลนสกี เผยแพร่คำสั่งดำเนินการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแบบพิเศษส่วนบุคคล ต่อมินดิช และนายโอเล็กซานเดอร์ ทซูเคอร์มานน์ นักธุรกิจอีกคนหนึ่ง ซึ่งรวมถึงการอายัดทรัพย์สิน การเพิกถอนรางวัลของรัฐ ตลอดจนการจำกัดการเดินทางและกิจกรรมทางธุรกิจ โดยทั้งสองคนเป็นพลเมืองชาวอิสราเอล และคาดว่าเดินทางออกจากยูเครนแล้ว

“ยูเครนจะทำทุกอย่างที่จำเป็น เพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจของพันธมิตร” เซเลนสกี กล่าวหลังการสนทนาทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ ผู้นำเยอรมนี โดยไม่ระบุถึงเรื่องอื้อฉาวอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ ความเกี่ยวพันของมินดิช ซึ่งสื่อยูเครนระบุว่าเป็น “เพื่อนสนิท” ของเซเลนสกี อาจสร้างความเสียหายให้กับผู้นำยูเครน ในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังทำสงครามกับรัสเซีย ซึ่งนักการทูตยุโรปคนหนึ่งในกรุงเคียฟ กล่าวว่า รัฐบาลยูเครนจำเป็นต้อง “กำจัดการคอร์รัปชัน” พร้อมกับเสริมว่า เรื่องอื้อฉาวแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่เพิ่มขึ้นของหน่วยงานต่อต้านการทุจริตของประเทศ.

เครดิตภาพ : AFP