เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 69 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการปรากฏข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ ความว่า “แฉเรียกสามแสน แลกสอบ อส.เมืองคอน – ลูกไม่ผ่านพ่อ เรียกร้องศูนย์ดำรงธรรม เงินหายเจ็ดหมื่น อ้างจ่ายให้นายแล้ว…” ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เร่งแสวงหาข้อเท็จจริงและชี้แจงสร้างความเข้าใจกับประชาชนโดยเร่งด่วนที่สุด เนื่องจากเป็นประเด็นข่าวที่ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อภาพลักษณ์ของฝ่ายปกครองและกระทรวงมหาดไทย
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ ตนได้รับรายงานจากนายสมชาย สีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ในประเด็นดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 69 เวลาประมาณ 14.30 น. ผู้ร้องได้เดินทางมายังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อร้องเรียน/ร้องทุกข์ กรณีมีสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอฉวาง เรียกรับสินบน เป็นเงิน 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน) แต่ไม่ได้เป็นสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ตามที่ได้กล่าวอ้างไว้ และได้รับเงินคืนมาเพียง 230,000 บาท (สองแสนสามหมื่นบาทถ้วน) และได้มีการทวงเงินส่วนที่เหลือที่ยังไม่ได้รับคืนมาโดยตลอดระยะเวลา 4 ปี และล่าสุดยังถูกข่มขู่ให้ได้รับความหวาดกลัว
“ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยให้ความคุ้มครองแก่ผู้ร้องและผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งสั่งการไปยังนายอำเภอฉวาง เรียกสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอฉวางทุกคนมาสอบถามเหตุการณ์ดังกล่าว โดยในเบื้องต้น ไม่พบว่ามีสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน อ.ฉวาง คนใดมีพฤติกรรมเรียกรับสินบนตามที่ปรากฏข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์แต่อย่างใด และในข้อเท็จจริง ปี 2567 ที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน จ.นครศรีธรรมราช ไม่มีการเปิดสอบคัดเลือกบุคคลทั่วไปเพื่อเข้ารับตำแหน่งสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จ.นครศรีธรรมราช แต่อย่างใด” ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของฝ่ายปกครอง กองบัญชาการกองรักษาดินแดน กระทรวงมหาดไทย และเป็นเรื่องที่สังคมส่วนรวมให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ ตนจึงได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชเร่งสืบหาข้อเท็จจริง และดำเนินกระบวนการทุกขั้นตอนให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน ควบคู่กับการชี้แจงสร้างความรับรู้เข้าใจประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและสังคมโดยทั่วไปได้รับรู้รับทราบ ซึ่งกระทรวงมหาดไทย ยังคงติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิด.



