เมื่อวันที่ 26 พ.ค. น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พออะไรสักอย่างกลายเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญของยุคสมัย สิ่งนั้นก็จะกลายเป็น รหัส ATM เพื่อกดเงินของรัฐบาล ยกตัวอย่างเช่นยุคก่อนหน้านี้ แอปพลิเคชันกำลังบูม ทุกหน่วยงานจึงกดรหัส “ของบทำแอป” จนประเทศเรามีแอปพลิเคชันภาครัฐที่ไม่ได้ใช้งานบานตะเกียง รวมๆ น่าจะเป็น 1,000 แอป แต่ใช้งานจริงๆ ไม่ถึง 10 แอป

ให้ทายว่ารหัสกดเงินสดปีนี้จะเป็นอะไรเอ่ย ? .. ติ๊กต๊อกๆ เฉลย คำตอบ คือ Ai จ้า กระทรวง DE ขอนำกระทรวงอื่นๆ ไปก่อน 1 ก้าวครับ ลูกพ่อเนวินและแม่กรุณา ไชยชนก ชิดชอบ จัดให้แล้วล้วงเงินกองทุน DE ไปทำโครงการ TH ai passport 1,600 ล้านบาท! นี่แค่โครงการเดียวนะจ๊ะ ปีนี้ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะกดกันไปอีกเท่าไหร่

จากการเรียกเข้ามาชี้แจงใน กมธ.ติดตามงบฯ ได้ข้อมูลอะไรที่น่าสนใจอีกเยอะ ก่อนอื่นไอซ์การันตีให้เลยว่าคุณเองก็เป็นได้นะรัฐมนตรี DE น่ะ ไม่ยากหรอก ไม่ต้องใช้สมองเยอะ เพราะโครงการนี้ถูกปั้นขึ้นมาด้วยสาเหตุว่า “ต้องการลดค่าครองชีพให้คนไทย” ซึ่งเราตั้งคำถามกันหนักมาก ว่ามันเป็นภารกิจของกระทรวง DE หรือ กองทุน DE ตั้งแต่เมื่อไร ? ไม่มีใครตอบ

น.ส.รักชนก ระบุต่อว่า วิธีคิดง่ายๆ ก็คือ ถ้าประชาชนซื้อ ai ใช้กันเอง โดยซื้อแบบ pro ตีว่าเดือนละ 600 X 12 เดือน X 5 ล้านคน จะเป็นเงินถึง 36,000 ล้านบาท ถ้าซื้อหลายตัวก็คูณไปอีกก ดังนั้นรัฐบาลซื้อ ai แจกเองดีกว่า ใช้เงินแค่ 1,600 ล้านเอง! ประหยัดเงินให้ประชาชนได้ตั้งหลายหมื่นล้านอะ โคตรจีเนียส อัจฉริยะ แค่ใช้เงิน 1,600 ล้าน ก็ประหยัดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้หลายหมื่นล้าน คิดได้ยังไง

ประเด็นหลัก 1) กระทรวง DE นอกจากจะได้เงินจากงบประมาณแผ่นดินทุกปี ปีละประมาณ 10,000 ล้าน ++ แต่ยังมีกระเป๋าเงินที่หยิบใช้ได้สะดวกมือไม่ต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ ของสภา การตรวจสอบน้อยกว่า คือเงินในกองทุน DE ซึ่งตามกฎหมาย กสทช. จะแบ่งให้จากเงินที่ประมูลความถี่และรายได้ของค่ายมือถือ ปีๆ หนึ่งก็เป็นพันๆ ล้านอยู่มาใส่ไว้ให้

ซึ่งปีงบ 69 กองทุนนี้ มีเงินเพื่ออุดหนุนให้ไปทำโครงการต่างๆ สูงถึง 7,906.82 ล้านบาท! เกือบจะเท่างบกระทรวงที่ผ่านสภาอยู่แล้ว เยอะกว่างบทั้งปีของบางกระทรวงอีก **ที่สำคัญ TH ai passport 1,600 ล้านบาท เป็นโครงการที่มูลค่ามากสุด ตั้งแต่มีกองทุน DE มา!

น.ส.รักชนก ระบุต่อว่า ถามว่าถ้าโครงการมันดีมากขนาดนั้น ทำไมไม่กล้าของบประมาณสภาตามปกติ เจ้าหน้าที่บอกว่า อ่อ เงินกองทุนเหลือพอดี แต่ไม่จริงหรอก ที่ไม่กล้าขอเงินจากงบปกติก็เพราะโครงการแบบนี้ใครที่ไหนจะอนุมัติให้ ถ้าเข้าสภามาโดนแหกอก โดนตัดไม่เหลือชิ้นดีแน่ ก็เลยไปใช้งบช่องที่มันไม่มีการตรวจสอบที่เข้มข้นจากสภาไงล่ะ

2)อย่างที่บอกว่าเงินจากกองทุน การตรวจสอบน้อยกว่า ใช้กันได้แบบเพลินๆ โดยปกติ โครงการเกิน 1,000 ล้าน ต้องเข้า ครม. เพื่อดูอะไรให้มันรอบคอบ ความเหมาะสม ความคุ้มค่า ซึ่งเป็นกฎหมายที่ต้องปฏิบัติ แต่! เงินในกองทุน DE จะหยิบไปใช้เท่าไร ก็ไม่ต้องผ่าน ครม. ไม่ต้องผ่านสภาด้วย!

3)กองทุน DE ตอนที่อนุมัติงบประมาณก้อนนี้  ไชยชนก ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการ DE  พิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นประธาน คกก. กองทุน DE ตามกฎหมาย  55555555555555555555555555555555555555555555555 อยู่ดีดีก็อยากขำแบบไม่มีสาเหตุ 4)มาถึงตัวเนื้อโครงการกันบ้าง ว่าง่ายๆ โครงการนี้เอาเงินแผ่นดินไปซื้อ ai มาแจก โดยอ้างว่าจะแจกแบบโปร พรีเมียม ให้ประชาชน 5 ล้านคน คุ้มไม่คุ้มสายเทคเข้ามาวิแคะกันให้ที

5)จะพีคละนะ *โดยผู้ชนะการประมูลบอกว่า คน 5 ล้านคน สามารถใช้ ai แบบแพ็กเกจโปรโดยเลือกใช้ได้ 12 ตัว ไม่อั้น เลยลองเปิดราคา  (1) Gemini: Google AI Pro ราคา​ 750 บาท/เดือน​  (2) ChatGPT: Plus ราคา 699 บาท/เดือน (3) DeepSeek: ไม่มี subscription รายเดือน แต่คิดค่า API ต่อ Token (จ่ายตามที่ใช้จริง) ก็คือ คิดราคาต่อล้านคำ  (4) Qwen: คิดราคาแบบ Tokens เหมือนกัน (5) Kimi: Allegro 79 ดอลลาร์ (2,579 บาท)/เดือน  (6) LLaMA: เปิดให้ใช้ฟรีผ่าน Meta AI  

(7) Minimax: คิด Tokens Minimax-M2.7 Input 0.30 ดอลลาร์ (9.8 บาท)/1 ล้าน tokens, Output 1.20 ดอลลาร์ (39.18 บาท) Grok: SuperGrok 30 ดอลลาร์ (979.50 บาท) (9) GLM: คิดราคา Tokens ตัว GLM-5 Input 32.65 บาท, Output 104.48 บาท (10) Mistral: Pro ราคา 14.99 ดอลลาร์ (489.42 บาท)/เดือน (11) Claude: Pro ราคา 17 ดอลลาร์ (554.05 บาท)/เดือน ถ้าเลือกว่าจะจ่ายปีนึง แต่ถ้าเลือกจ่ายรายเดือน ราคา 20 ดอลลาร์ (653 บาท)/เดือน (12) Typhoon: Typhoon 2.1 Gemma 0.20 ดอลลาร์ (6.53 บาท)/1 ล้าน Tokens

ทุกคนคิดตามนะ โครงการนี้ ส่วนที่เป็นงบ ai จริงๆ ที่ 1,500 ล้านบาท ถ้าแจก 5 ล้านคน 12 เดือน จะตก 30 บาท/คน/เดือน เราจะได้ใช้ ai 12 ตัว แบบโปร ซึ่งถ้าซื้อใช้เองไม่มีทางได้ราคานี้ ถ้าคิดแค่นี้โคตรคุ้ม แต่ลองมองดูความเป็นจริง มันจะได้ใช้เหรอ ? พอถามถึงวิธีการจัดการ token เจ้าหน้าที่ตอบว่าวิธีการคำนวณยังเป็นปัญหาอยู่ เอ้า! ยังคำนวณไม่ได้แต่เปิดประมูลโครงการ จนได้ผู้ชนะ ไม่อยากลองทายเลยกลัวทายถูก กลัวว่าประชาชนจะได้ใช้ ai ธรรมดาๆ เนี่ยแหละ แล้ว 1,500 ล้านจะปลิวหายไปกับสายลม

6) โครงการนี้ ถูกประมูลโครงการไปโดยยอดมนุษย์ เพราะตั้งแต่เริ่มชงจนได้ผู้ชนะโครงการ เท่ากับว่ามีเวลาไปดีล ai จากบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก 12 เจ้า โดยทำแพ็กเกจมัดรวมทั้งหมด แค่เพียง 34 วัน! คือถ้าไม่ใช่ยอดมนุษย์ ก็ต้องเป็นสุดยอดซูเปอร์คอนเนกชั่น หรือไม่ก็รู้ล่วงหน้าว่าจะมีโครงการนี้เกิดขึ้น เลยสามารถเตรียมตัวก่อนได้ อิอิ

7) สดช. เป็นฝ่ายธุรการกองทุน แต่ดันได้ทุนซะเอง เราถามว่าแบบนี้ ก็เอาเปรียบคนอื่นๆ ที่มาของบประมาณสิ ตอนแรกตอบปัดบอกไม่หรอก แต่ไปๆ มาๆ เจ้าหน้าที่หัวเราะแหะๆ ตอบแบบเขินๆ ว่า ก็รู้ว่าเงินเหลือเท่าไร ก็เลยเขียนขอโครงการได้ตรงตามงบที่เหลือเป๊ะ วัตถุประสงค์ที่อยากให้ดิจิทัลประเทศไทยเติบโตงอกเงย วางไว้ก่อน ขอใช้เงินก่อนคร้าบ

8)เนื่องจากเป็นเงินของภาครัฐ ผู้ลงทะเบียนใช้จะถูกเก็บข้อมูลการเสิร์ชทั้งหมด ถามใน กมธ. เจ้าหน้าที่ก็ยอมรับว่าเก็บทุกการเสิร์ชตามบุคคลที่ลงทะเบียนจริง ดังนั้นผู้ใช้โปรดรู้ไว้ว่าท่านถามอะไร หรือ เสิร์ชอะไรกับ ai รัฐบาลรู้หมด เปรียบเสมือน big brother ที่คอยสอดส่องดูข้อมูลของทุกคน

9) ส่อล็อกสเปก * โครงการนี้เป็นยำรวมมิตรของหลายๆ อย่าง รวมเอาระบบ AI + จัดอบรม + ประชาสัมพันธ์ + Call Center ไว้ด้วยกัน ที่น่าสนใจคือ TOR กำหนดให้ผู้ชนะการประมูลต้องโฆษณาผ่านจอในร้านสะดวกซื้อ “จำนวนไม่น้อยกว่า 1,500 สาขา ไม่น้อยกว่า 6,000 จอ” ทั้งๆ ที่การกำหนด TOR การประชาสัมพันธ์แบบทั่วไป จะใช้จำนวนเอนเกจเมนต์ หรือจำนวนการเข้าถึงเป็นเกณฑ์ แต่นี่ล็อกเลยว่าจะเอาจอ

น.ส.รักชนก ระบุต่อว่า คนเล่นเค้ารู้กัน  ลองคิดดูว่ามีกี่บริษัทที่มีจอโฆษณากระจายอยู่ทั่วประเทศ อยู่ในร้านสะดวกซื้อ อยู่ในห้างสรรพสินค้า แล้วบริษัทนั้นก็ดันโชคดีได้รับโครงการภาครัฐจากกระทรวงที่พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐมนตรีอยู่บ่อยๆ จอโมโตจีพี ป้ายโฆษณากระทรวงแรงงานที่ถูกตั้งงบไว้ตั้งแต่ยุคภูมิใจไทย และอีกมากมาย ตอนเด็กๆ ใครชอบดูโคนัน ลองสวมวิญญาณยอดนักสืบดู ว่าใครได้โครงการ แล้วสาวไปเรื่อยๆ เจอบริษัทชื่ออะไร > <

10) ผู้ชนะประมูล ** เป็นกิจการค้าร่วม ที่เป็นการรวมร่างและแยกร่างแล้วกลับรวมกันอีกที ของบริษัทยักษ์ใหญ่ อาจจะไปเชื่อมโยงโครงการหลายพันล้านในกระทรวงศึกษาและกระทรวง อว. อีก เอาแค่นี้ก่อนละกัน  11) รัฐมนตรี DE ห่วงใยคนไทยอยากช่วยประหยัดค่า ai จริงๆ หรือ แค่อยาก “ล้วงเงินกองทุน DE ออกไปให้ได้มากที่สุด ผ่านโครงการภาครัฐ” ถึงปล่อยให้โครงการแปลกๆ มูลค่ามหาศาลแบบนี้เกิดขึ้น

โครงการนี้จะเปิดให้ลงทะเบียนต้น 5-10 มิ.ย. นี้แล้ว เบรกไม่ได้แล้วจ้า  แต่เราจะไม่อยู่เฉยแน่นอน กมธ.ติดตามงบฯ นัดต่อไปสำหรับเรื่องนี้ เตรียมหาเวลาเชิญ ป.ป.ช. สตง. และหน่วยงานตรวจสอบอื่นๆ มาช่วยกันถ่างตาดู ว่ามีอะไรผิดปกติไหม