วันที่ 23 ก.ค. 69 นางภัสริน รามวงศ์ สส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์ข้อความระบุว่า

เมื่อคืนนี้ (22 ก.ค. 69) ดิฉันและทีมผู้ช่วย ไปที่ สน.เตาปูน เหตุคนกลุ่มหนึ่ง ยกพวกไปทำร้ายร่างกายบุคคลหนึ่งอย่างโจ่งแจ้ง คลิปลงโซเชียล ทำร้ายร่างกาย เปิดไลฟ์เพื่อถ่ายทอดให้คนเห็น

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่การจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่เป็นกรณีที่ประชาชนกลุ่มหนึ่งใช้กำลังทำร้ายร่างกายบุคคลอื่น ก่อนที่จะนำตัวมายังสถานีตำรวจ พฤติกรรมนี้อุกอาจ ขัดต่อกฎหมาย หลักนิติรัฐ หลักสิทธิมนุษยชน เป็นอย่างมาก

ข้อเท็จจริงที่ได้รับแจ้งจากผู้กำกับ สน.เตาปูน แจ้งว่า เพิ่งจะมีการกล่าวโทษต่อผู้ถูกทำร้ายในคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ในวันก่อนหน้า (21 ก.ค. 69) และในขณะที่เกิดเหตุ ยังไม่มีการออกหมายเรียกหรือหมายจับแต่อย่างใด และ สน.เตาปูน เองก็ไม่ทราบล่วงหน้าว่า จะมีการนำตัวบุคคลดังกล่าวมายังสถานีตำรวจ อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ถูกกล่าวหามาปรากฏต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ตำรวจแจ้งว่ามีความจำเป็นต้องสอบสวนในเบื้องต้นไว้ก่อน โดยไม่มีการจับกุมหรือควบคุมตัว

หลังจากมีการสอบสวนเสร็จสิ้น เมื่อเวลาประมาณ 23.15 น. ทางตำรวจเตาปูน ลงบันทึกเหตุการณ์ไว้ และสอบถามความประสงค์ของผู้ถูกทำร้ายว่า ต้องการแจ้งความร้องทุกข์กรณีถูกรุมทำร้ายร่างกาย รวมถึงกรณีถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวโดยบุคคลซึ่งมิใช่เจ้าหน้าที่หรือไม่ ซึ่งผู้ถูกทำร้ายมีความประสงค์จะแจ้งความร้องทุกข์ ทางตำรวจเตาปูนจึงได้พามาส่งที่ สน.ดอนเมือง ซึ่งเป็น สน. ในพื้นที่ที่เกิดเหตุการรุมทำร้ายดังกล่าว โดยมีทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ร่วมให้คำแนะนำด้านกฎหมายในการแจ้งความและการสอบสวนที่ สน.ดอนเมือง

เสร็จสิ้นการแจ้งความ เวลาประมาณตีหนึ่งกว่าๆ ของวันที่ 23 ก.ค. 69 ทางทนายได้พาผู้ถูกทำร้ายออกจาก สน.ดอนเมือง เพื่อไปพบแพทย์

ในระหว่างที่ดิฉันอยู่ที่ สน.เตาปูน และ สน.ดอนเมือง ดิฉันมีข้อสังเกตและความห่วงกังวลต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของผู้ถูกทำร้าย เนื่องจากมีกลุ่มบุคคล ซึ่งแต่งกายคล้ายกับกลุ่มคนที่ปรากฏในคลิปเหตุการณ์การรุมทำร้าย กลุ่มคนเหล่านี้วนเวียนอยู่รอบๆ สถานีตำรวจ ติดเครื่องยนต์รอในระหว่างที่ผู้ถูกทำร้ายอยู่ในสถานีตำรวจ โดยไม่ได้หลบหนีหรือแสดงท่าทีเกรงกลัวตำรวจแต่อย่างใดเลย ในสถานการณ์เช่นนี้ ยิ่งทำให้มีความกังลถึงสวัสดิภาพและความปลอดภัยของผู้ถูกทำร้าย ซึ่งไม่มีใครจะสามารถรับประกันได้

ขอยืนยันในหลักของนิติรัฐ ไม่ว่าจะอย่างไร ต้องเป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรมในการพิสูจน์เท่านั้น ไม่มีสิทธิที่ใครจะนำข้อกล่าวหา หรือความไม่ถูกใจตัวเอง หรือเหตุผลใดๆ มาใช้เป็นข้ออ้างในการไปการรุมทำร้ายคนอื่น และตั้งตนอยู่เหนือกระบวนการทางกฎหมาย

การใช้ความรุนแรงและการคุกคาม ไม่มีวันที่จะสร้างสังคมที่สงบสุขหรือสังคมที่น่าอยู่ การตั้งศาลเตี้ย การล่าแม่มด การรวมกลุ่มไปรุมทำร้าย รุมกระทืบ ลากตัวออกมาจากที่พัก กักขังหน่วงเหนี่ยวพาไปที่แห่งอื่น ไม่ควรเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในสังคมที่ปรกติ การกระทำเช่นนี้เป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน ไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และจะไม่สร้างประโยชน์ให้ใครได้ในสังคม