สวัสดีวันหยุด! พบกับสารพันสาระยานยนต์กับ อ้วนซ่า แอบซิ่ง เหมือนเช่นเคย ในยุคปี 2025 นี้เหมือนว่ากระแสความนิยมในรถที่มีสไตล์ “เบสิค” กลับมาเป็นที่นิยม หลังจากที่เราได้ผ่านการแต่รถให้มีสไตล์หลุดโลกสุดโต่งจนอาจจะเกิดอาการ “เอียน” กับดีไซน์ที่วุ่นวาย ทำให้เหล่านักเลงรถในยุคครึ่งหลังของปี 2025 นี้หันมาชื่นชมการกลับไปสู่สไตล์ที่เรียบง่ายที่สุด ที่มีชื่อเล่นในวงการแต่งรถว่า “ทรงลุง” นั่นเอง

               วิถีของทรงลุงก็คือ การทำให้รถของตัวเองดูเหมือนกับ รถรุ่นล่างสุด คือ กันชนดำ ล้อเหล็ก สีรถก็จะเป็นแบบเรียบๆไม่มีมุก หรือเมทัลลิค ซึ่งก็จะเป็นสไตล์ที่ตรงกับรถเด่นของเราในสัปดาห์ นั่นก็คือรถแบบ “ลิมิเต็ด เอดิชั่น” ที่ทางเมอร์ซีเดส เบนซ์ ประเทศไทย นำมาเปิดตัวให้นักเลงรถชาวไทยได้น้ำลายหก เพราะทั้งโลกนี้มีเพียง 460 คัน และนำเข้ามาในบ้านเราเพียง 3 คันเท่านั้น รถคันนี้มีชื่อ เมอร์ซีเดส เบนซ์ จี 450 ดี เอดิชั่น “แกร่งกว่ายุคทศวรรษ 1980” (Mercedes-Benz G 450 d Edition STRONGER THAN THE 1980s)

               รถรุ่นนี้เป็น รถรุ่น “จี-คลาส” (G-Class) ในรหัส W463 ซึ่งก็คือ จีคลาสรุ่นยอดนิยมของเศรษฐีทั่วโลกในเวอร์ชั่นปัจจุบันที่มาพร้อมหน้าปัดดิจิตัล แต่นำเสนอออกมาในรูปลักษณ์แบบย้อนยุคกลับไปในยุคทศวรรษที่ 1980 หรือยุคของตัวสร้างตำนานคือ รุ่น W460 รถที่ผลิตออกมาเพื่อใช้งานในภารกิจทางการทหาร เจ้าของฉายา “ราชันย์แห่งเส้นทางถุรกันดาร” ซึ่งได้สมญานี้มาจากการที่มันมาพร้อมกับระบบล้อคเฟืองท้าย ถึง 3 ตำแหน่ง ทำให้มันสามารถลุยได้ในระดับยานพาหนะทางการทหาร เหนือกว่ารถทั่วไปมาก

               การที่มันถูกผลิตออกมาในแบบจำนวนจำกัดเพียง 460 คัน ทั่วโลก ก็เพื่อให้สอดคล้องกับการระลึกถึงตำนานของรถรุ่น W460 โดยจุดที่ทำให้เห็นถึงความแตกต่างจาก W463 รุ่นอื่นๆก็คือ การทำให้รถมันดู “เบสิค” ที่สุด จากใช้กระจังหน้า-กันชนหน้า/หลัง-ซุ้มล้อ กระจกมองข้าง เป็นสีดำซาตินด้าน Night Black Magno นอกจากนั้นกระเปาะไฟเลี้ยวบนแก้มหน้าซ้าย-ขวา ก็จะเปลี่ยนจากสีขาวใส ของรุ่น W463 ไปเป็นสีส้มอำพัน เหมือนกับของ W460 รุ่นคลาสสิค

               ส่วนห้องโดยสารก็จะทำให้เรียบง่ายด้วยการ เลือกใช้เบาะผ้า เป็นผ้าลายสก็อต หรือลาย เพลด (Plaid) ที่ เทาสลับดำ ที่นิยมกันในรถรุ่นคลาสสิค และลายไม้ในตัวรถจะเป็นลายไม้แอช (Ash wood) แบบผิวด้าน (Open-Pore) ให้ฟีลลิ่งหล่อเหลาแบบย้อนยุค ดิบหล่อ

               ส่วนเครื่องยนต์นั้นในบ้านเราเป็นเครื่องยนต์ดีเซลรหัส OM 656M ความจุ 3 ลิตร เทอร์โบคู่ มีกำลังสูงสุด 367 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที กับแรงบิดมหาศาล 750 นิวตันเมตร ที่ 1,350-2,800 นาที ทำงานร่วมกับเกียร์ 9 จังหวะ (9G Tronic) ที่มีระบบ ISG2 ที่พ่วงมอเตอร์สตาร์ตเข้ามาในตัว ส่งกำลังลงสู่พื้นทั้ง 4 ล้อ แบบ 4MATIC ที่ส่งกำลังสู่ล้อหน้า 40% และล้อหลัง 60%

               สำหรับสมรรถนะนั้น ถึงจะเป็นดีเซล ก็แรงไม่ใช่เล่นเพราะทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 5.8 วินาที สำหรับความเร็วสูงสุดทำได้ถึง 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง

               รถรุ่นนี้ทางเมอร์ซีเดส เบนซ์ ประเทศไทย นำเข้ามา 3 คัน สีละหนึ่งคัน คือ สีเขียว อากาเว่ (Agave Green), สีเบจ โคโลราโด (Colorado Beige), สีขาว ครีม (Cream White) ทั้งหมดเป็นสีแบบไม่มีเมทัลลิค สนนราคาคันละ 14.18 ล้านบาท ใครสนใจก็ต้องรีบหน่อย เพราะปัจจุบันนี้ได้ข่าวว่า คันสีเขียวขายไปเรียบร้อยแล้ว