สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ว่า ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร ยกเว้นภาษีนำเข้าให้กับสินค้าเกษตรหลายชนิด รวมถึง เนื้อวัว กล้วย กาแฟ อะโวคาโด มะพร้าว มะม่วง และมะเขือเทศ โดยมาตรการยกเว้นจะมีผลย้อนหลัง ตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 13 พ.ย. ที่ผ่านมา


การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น ขณะที่รัฐบาลทรัมป์กำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากหลายฝ่าย จากปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น แม้ผู้นำสหรัฐพยายามบรรเทาความวิตกของประชาชนในเรื่องนี้มาตลอด แต่ยังไม่ได้ผลมากนัก เพราะภาษีพื้นฐาน 10% และภาษีต่างตอบแทนที่สหรัฐใช้กับประเทศและดินแดนคู่ค้าแทบทุกแห่งบนโลก ทำให้สินค้าหลายประเภทมีราคาสูงขึ้น เมื่อส่งเข้ามาจำหน่ายในอเมริกา


ทรัมป์จึงหันมามุ่งเน้นที่ประเด็นนี้มากขึ้น นับตั้งแต่พรรคริพับลิกันทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ ในการเลือกตั้งแบบออฟ-เยียร์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา


นอกจากนี้ การประกาศของรัฐบาลวอชิงตันในเรื่องนี้ เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังมีการเปิดเผยข้อตกลงทางการค้ากับ อาร์เจนตินา กัวเตมาลา เอกวาดอร์ และเอลซัลวาดอร์ ซึ่งภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว สหรัฐให้คำมั่นที่จะยกเลิกภาษีต่างตอบแทนสำหรับสินค้าบางอย่างที่สหรัฐไม่สามารถปลูก ขุด หรือผลิตได้ในปริมาณที่เพียงพอเช่นกัน


อนึ่ง เหล่านักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์เตือนรัฐบาลทรัมป์มาตลอด ว่าการใช้มาตรการภาษีจะทำให้ผู้ผลิตผลักภาระต้นทุนภาษีไปยังผู้บริโภค ในรูปแบบของราคาที่สูงขึ้น แม้อัตราเงินเฟ้อโดยรวมจะยังคงอยู่ในระดับที่เบากว่าที่นักวิเคราะห์หลายคนคาดการณ์ไว้ เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา แต่รายการสินค้าส่วนใหญ่ที่อยู่ในรายงานเงินเฟ้อของกระทรวงแรงงานสหรัฐ แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของราคา โดยสินค้าประเภทของชำเพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES