เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 68 พ.ต.อ.นพดล รักชาติ ผกก.ตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย แจ้งว่า ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. วันนี้ ตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4 สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดคัดกรองบุคคลเข้าออกประเทศและเอกซเรย์กลุ่มชาติเป้าหมายตามนโยบาย 4 มาตรการสกัดฟรีวีซ่ารัน แฝงธุรกิจเทาและเครือข่ายแสกมเมอร์ ซึ่ง พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รองผกก.ตม.หนองคาย, พ.ต.ท.อภิชาติ คลธา สว.ตม.หนองคาย ได้จับกุม นายณพชัย หรือ ต้นกล้า อายุ 30 ปี ชาว อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ขณะเข้ายื่นเอกสารเดินทางออกนอกประเทศ บริเวณด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1 อ.เมืองหนองคาย

ปรากฏว่า นายณพชัย มีหมายจับศาลอาญา ข้อหา “ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ที่อยู่ด้วยกระทำความผิดร้ายแรง หรือร่วมประชุม ร่วมกันเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ข้อมูลอันเป็นเท็จลงในระบบคอมพิวเตอร์ และร่วมกันฟอกเงิน โดยได้คุมตัวมาสอบสวนที่ตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย

จากการสอบสวนนายต้นกล้า ให้การว่า เมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา ได้ลักลอบไปทำงานที่ประเทศกัมพูชา มีชาวจีนเป็นหัวหน้า แบ่งงานเป็น 2 ทีม คือ ทีมส่ง SMS กับทีมโต้ตอบ, หว่านล้อม หลอกลวง, หลอกลวงขายสินค้า, หลอกลวงลงทุนและการหลอกลวงทางออนไลน์ทุกรูปแบบที่ทำได้ โดยได้ค่าจ้างเดือนละ 800 ดอลลาร์สหรัฐ และจะมีส่วนแบ่งเงินตามสัดส่วนที่หลอกลวงเหยื่อในแต่ละเคสอีกต่างหาก ทำอยู่ได้ประมาณ 9 เดือน เกิดเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา หัวหน้าชาวจีนลอยแพทีมตน ทำให้ตกงาน จึงได้เดินทางกลับบ้านที่เชียงใหม่ ในวันนี้จะเดินทางไปเที่ยวประเทศลาว ซึ่งได้เดินทางยังด่านพรมแดนหนองคาย ไม่คิดว่าจะถูกจับคาด่าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย ได้ทำบันทึกจับกุมและส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.พญาไท เจ้าของคดี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.