เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 68 ร.ต.อ.การุณ จันทร์ดอก รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ลำปลายมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 11 ต.โคกล่าม ว่ามีชาวบ้านถูกควายทำร้ายอยู่กลางทุ่งนาบ้านหนองกุง จึงประสานหน่วยกู้ภัยอัมรินทร์ใต้ตอบโต้ภัยพิบัติบุรีรัมย์ร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นทุ่งนา ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 2 กิโลเมตร พบศพนายสมจิตร ชินสอน อายุ 77 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62 หมู่ 11 บ้านหนองกุง ต.โคกล่าม อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เสียชีวิตสภาพนอนหงาย บริเวณลำคอถูกของแข็งแทงจนเป็นรูโบ๋ และมีบาดแผลฉกรรจ์ลึกเข้าไปในช่องท้อง

ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร พบนางไพเราะ น้ำก่ำ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่เดียวกัน ซึ่งเป็นลูกสะใภ้ของผู้เสียชีวิต นอนหมดสติในป่าข้าวตามร่างกายมีร่องรอยฟกช้ำหลายแห่ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบนำส่งโรงพยาบาลลำปลายมาศ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ใกล้ที่เกิดเหตุพบควายพ่อพันธุ์เพศผู้ สีดำ ชื่อ “เจ้าก้อง” อายุราว 4 ปี สูงประมาณ 160 ซม. น้ำหนักราว 700–800 กิโลกรัม ลักษณะเขายาวแหลม โดยชาวบ้านช่วยกันจับล่ามไว้กับเสาของโคกควาย

สอบถามนายวสันต์ เชื่อมรัมย์ อายุ 37 ปี เล่าว่าตนมาติดต่อหารถเกี่ยวข้าวที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ แล้วมีชาวบ้านมาบอกว่ามีควายขวิดคนบาดเจ็บ จึงรีบไปดู เมื่อไปถึงพบว่านางไพเราะนอนหมดสติอยู่ในนาข้าว มีร่องรอยฟกช้ำทั่วร่าง จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลและมาทราบภายหลังว่าเสียชีวิต ส่วนเจ้าก้องนอนแช่ปลักโคลนอย่างสบายใจ และพบว่านายสมจิตร เจ้าของควายเสียชีวิตแล้ว จึงช่วยกันล่ามเจ้าก้องไว้พร้อมประสานเจ้าหน้าที่

ส่วนสาเหตุคาดว่าเจ้าก้องอาจมีอาการหงุดหงิดเพราะไม่ได้ออกไปผสมพันธุ์กับควายตัวเมีย จึงเกิดความโมโหและทำร้ายเจ้าของกับลูกสะใภ้

ด้านนางยนต์ ชินสอน อายุ 59 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต เล่าว่า ลูกชายซื้อเจ้าก้องมาตั้งแต่อายุ 9 เดือน ราคา 63,000 บาท เพื่อให้พ่อรับจ้างผสมพันธุ์ควาย แต่ช่วงนี้ชาวบ้านกำลังเกี่ยวข้าว จึงยังไม่มีใครจ้างไปผสมพันธุ์ ทำให้เจ้าก้องอาจเกิดอาการหงุดหงิดจนทำร้ายสามีและลูกสะใภ้ หลังจากนี้ตนคงไม่เลี้ยงเจ้าก้องแล้ว ใครจะเอาไปไหนก็เอาไป เพราะทำให้คนตายถึงสองศพ