โดยหนึ่งในนั้นข้อเท้าขวาขาดนับเป็นขาที่ 7 และเป็นการเหยียบกับระเบิดหลังจากที่ทั้ง 2 ฝ่ายมีข้อตกลงหยุดยิง ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค. เป็นครั้งที่ 4
กระตุกเลือดรักชาติคนไทยตื่นกันทั้งประเทศอีกครั้งและทำให้ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องประกาศระงับทุกการดำเนินการตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วมระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยเฉพาะ“ปฏิญญาสันติภาพ”ที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ “อันวาร์ อิบราฮิม” นายกรัฐมนตรีมาเลเซียและประธานอาเซียนบีบไทยเซ็น
เมื่อเป็นเช่นนี้สงครามครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชา เมื่อมีพญาอินทรีอย่างสหรัฐฯ เข้ามาเกี่ยวข้อง ล่าสุดเป็นเรื่องต้องช็อกอีกรอบ เมื่อกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า รองผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ แจ้งขอระงับการเจรจากรอบข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราว และจะกลับมาเจรจาข้อตกลงอีกครั้ง เมื่อฝ่ายไทยให้คำมั่นว่าจะกลับเข้าสู่ Joint Declaration ไทย-กัมพูชา หรือปฏิบัติตาม “ปฏิญญาสันติภาพไทย–กัมพูชา” และหวังว่าจะสามารถหาทางออกในเรื่องนี้ได้โดยเร็ว
ขณะที่ “ทรัมป์”โชว์พาวให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวกลางอากาศระหว่างอยู่บนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน เผยว่าได้คุยโทรศัพท์กับทั้ง “ผู้นำไทย”และ“ผู้นำกัมพูชา”เพื่อไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแล้ว สามารถรักษาข้อตกลงหยุดยิงที่ดูเหมือนจะล้มเหลวได้ และเชื่อว่า ไทยและกัมพูชาจะไม่มีปัญหาอะไร ที่สำคัญได้ใช้ “มาตรการภาษี” เจรจากับผู้นำทั้งสองด้วย
ด้าน “นายกหนูฯ”ที่อยู่ระหว่างการเยือนจีน แจ้งผ่านเฟซบุ๊กกลางดึกหลังเข้าสู่วันที่ 16 พ.ย. ใจความว่า “นายกฯอันวาร์” โทรแจ้งผลหารือ “ทรัมป์”สหรัฐฯ จะไม่นำประเด็นการระงับปฏิญญาของไทยมาเกี่ยวข้องกับการเจรจาภาษีการค้าระหว่างไทยและสหรัฐฯ ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ “อนึ่งจดหมายจากผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ที่ระบุเรื่องการหยุดเจรจากับไทยได้ถูกพิมพ์ขึ้นก่อนที่ผมจะได้คุยโทรศัพท์กับท่านประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 14 พ.ย.ครับ ดังนั้นข้อมูลของผมจึงมีความเป็นปัจจุบันมากกว่าครับ”นายกฯหนูระบุ
ฟากฝ่ายค้านได้จังหวะออกมาขย่มซ้ำรัฐบาล โดย “ไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน บอกว่า หากนายกฯ เอาผลประโยชน์ของชาติเป็นตัวตั้ง เราจะไม่เดินมาถึงจุดนี้ นี่คือสิ่งที่ “หัวหน้าเท้ง”ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้เตือนไว้ล่วงหน้าให้ประเทศไทยเป็นฝ่ายแจ้งสหรัฐฯ และมาเลเซียก่อนถึงข้อเท็จจริงเรื่องทุ่นระเบิดใหม่ที่เพิ่งถูกวาง และใช้แนวทางโลกล้อมกัมพูชาเพื่อจบปัญหาสแกมเมอร์ แต่นายกฯ กลับฉีกสัญญาสันติภาพ โหนกระแสชาตินิยม จนสหรัฐฯ ประกาศระงับเจรจาการค้ากับไทยเป็นการตอบโต้ ถือเป็นการเดินหมากพลาดของผู้นำไทย
เอาเป็นว่าตอนนี้อยู่ในช่วงที่ฝุ่นยังไม่ทันหายตลบ ทุกสายตาจึงอย่างพุ่งเป้าไปที่ “รัฐบาลอนุทิน” ว่าจะตัดสินใจสู้เกมการเมืองระหว่างประเทศครั้งนี้อย่างไร ถือเป็นช่วง 4 เดือนทดลองงานที่จะเป็นบทพิสูจน์ความเป็นผู้นำและเลือดรักชาติของเสี่ยหนูไปพร้อมกันในเรื่องการพาประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤต ที่สำคัญยังเป็นการวัดฝีมือว่าจะเหมาะสมเป็นผู้นำประเทศในอีก 4 ปีข้างหน้าหรือไม่.



