เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ชาวนาในพื้นที่ติดชายแดนไทย–กัมพูชา ตำบลตาวัง อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ ต่างเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวเพราะความกังวลต่อสถานการณ์ หลังจากเกิดเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบกับระเบิดขาขาดเป็นรายที่ 7 ในพื้นที่ห้วยตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ จากนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ได้ระงับปฏิญญาสันติภาพและสั่งยุติส่งเชลยศึกแล้ว ทำให้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ก่อนที่ช่วงบ่ายวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุทหารกัมพูชาใช้อาวุธปืนยิงเข้ามายังฝั่งไทยในพื้นที่ชายแดนบ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดอยู่ในขณะนี้

แม้ปัจจุบันสถานการณ์ในพื้นที่อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ ยังคงปกติ แต่ความทรงจำที่อพยพในรอบที่แล้วยังคงอยู่ในใจของชาวบ้าน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของชีวิตผู้คนในพื้นที่ชายแดนที่ต้องดำรงชีวิตท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองและความมั่นคงของรัฐ

โดยวันนี้ชาวบ้านได้เอาข้าวที่เกี่ยวไว้มาตากให้แห้งที่บ้านหลังเกี่ยวมาได้ 2-3 วัน ชาวบ้านบางคนต้องเร่งเก็บเกี่ยวก่อนข้าวสุก และข้าวได้ชุ่มน้ำจากปัญหาน้ำท่วมแม้ขาดทุนก็ยอม เพราะเกรงว่าจะไม่ได้เข้ามาเก็บเกี่ยวหากเหตุการณ์รุนแรงจนต้องอพยพเหมือนคราวก่อน

นายนคินทร์ เหล่าพิลัย อายุ 42 ปี ชาวบ้านจบก ตำบลตาวัง อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ตอนนี้ติดตามข่าวแจ้งเตือนจากทางส่วนราชการของอำเภอและผู้นำชุมชนอยู่ทุกระยะ ส่วนข้าวบางคนก็ยังไม่ได้เกี่ยว ต้องรอเกี่ยวข้าวก่อน บางคนข้าวสุกเต็มที่แต่น้ำท่วมจากพายุต้องรอให้น้ำลดก่อน รถเกี่ยวถึงจะเข้าไปเกี่ยวข้าวได้ ถ้ามีสถานการณ์เหตุปะทะก็ไปได้เลยไม่ต้องรอเกี่ยวข้าว ส่วนตนตอนนี้ก็ทำงานไปก่อน เขาแจ้งว่าอย่าตื่นตระหนก แต่ให้เตรียมพร้อม อยากฝากทหารกับรัฐบาลรีบทำให้เสร็จ ๆ ชาวบ้านจะได้ทำมาหากินแบบปลอดภัยไม่ต้องกังวลอีก ตอนนี้ก็เตรียมเสื้อผ้าไว้บนรถเรียบร้อยแล้ว เพราะมีลางสังหรณ์ยังไงก็ต้องอพยพแน่นอน อยู่ที่จะตอนไหนแค่นั้น.