ปรากฏการณ์เพื่อคนรักสุขภาพครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่อ วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา แห่งวู้ดดี้ เวิลด์ ทุ่มงบกว่า 20 ล้านบาท เนรมิต “Life Expo 2025” มหกรรมสุขภาพแบบองค์รวมที่ใหญ่ที่สุดในไทย ภายใต้คอนเซปต์สุดเก๋ “สวนสนุกของคนรักสุขภาพ” ณ UOB LIVE เอ็มสเฟียร์ โดยมีเป้าหมายผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น World Class Destination ด้านสุขภาพและเวลเนส

ทั้งนี้เดินทางมาถึงวันที่สองของการจัดงาน (16 พ.ย.) ได้ขนทัพคนบันเทิงสายสุขภาพขึ้นเวที “Speakers of The Year” อย่างคับคั่ง เพื่อพูดคุยและแบ่งปันมุมมองการดูแลสุขภาพเชิงลึก โดยในช่วงเช้า แฟน ๆ ได้รับฟังมุมมองสุดเอ็กซ์คลูซีฟในหัวข้อ “Beyond Body สุขภาพไม่ใช่แค่ภาพในกระจก ใช้ชีวิตแบบสุขภาพดีในทุกช่วงวัย” จากเหล่าตัวแม่ ได้แก่ “ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ”, “ชมพู่ อารยา”, “แอน ทองประสม” และ “ปันปัน สุทัตตา”

โดย ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ ตัวแทนสาววัยเก๋า ได้เผยสาเหตุที่หันมาดูแลสุขภาพว่า “การออกกำลังกาย ไม่ใช่เรื่องซิกแพ็ก และไม่ใช่เรื่องเอวเอส เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญมาก บางทีเราไม่ได้คิด แต่จริงๆ แล้วเป็นหลักใหญ่ของชีวิต ถ้าสุขภาพร่างกายไม่ดี ทำให้สุขภาพจิตใจไม่ดีไปด้วย พอสุขภาพจิตใจไม่ดี ร่างกายก็พาให้ห่อเหี่ยวไปด้วย”
ป้าจิ๊ได้ให้กำลังใจสำหรับคนที่ไม่อยากทำอะไรทั้งสิ้นว่า เธอเริ่มเล่นโยคะครั้งแรกตอนอายุ 52 ปี แรกๆ ที่ไปฝึกก็เหนื่อยมาก แทบจะเป็นลม แต่สุดท้ายก็ครุ่นคิดถึงเงินที่จ่ายไป คือมันได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเธอเอง และคนที่มาแล้วจะมีสิ่งหนึ่งที่พูดว่า “อยากได้รูปร่างที่สวย” หลังจากนั้นเธอเลยได้รู้ว่าร่างกายของคนทุกคนเป็นร่างกายที่มีคุณค่า มีประโยชน์ ร่างกายของอีกคนหนึ่งจะไม่เหมือนร่างกายของอีกคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นจงรักร่างกายของเรา ขอให้เป็นร่างกายที่มีสุขภาพดี หลังจากนั้นก็เลยให้ความสนใจกับโยคะ จนมาเป็นครู
ในส่วนของการปั่นจักรยานเสือหมอบ ป้าจิ๊เล่าว่า “เป็นคนที่ไม่นั่งอยู่เฉยๆ จึงคิดว่าควรที่จะทำอะไรหลากหลาย เพราะในเรื่องของข้อต่อมีความจำเป็นและสำคัญสำหรับคนสูงวัย จึงได้เริ่มปั่นและมีกลุ่มที่ปั่นจักรยานด้วยกัน ซึ่งมีคนที่อาการป่วยมะเร็งสามตัวมีอาการดีขึ้นโดยการปั่นจักรยาน คือเขาดูแลตัวเอง มีการขยับขยายร่างกายด้วย ซึ่งในก๊วนของเขาใช้การปั่นเสือหมอบ ป้าก็เลยพยายาม และในที่สุดก็ประสบผลสำเร็จกับตัวเอง เพราะเธอมีจุดมุ่งหมายของชีวิต และอยากให้คนอายุเยอะหาอะไรที่ตัวเองรู้สึกชอบ จะรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างเป็นเรื่องของการท้าทาย”

แอน ทองประสม เผยว่า “จุดเริ่มต้นที่หันมาออกกำลังกาย ตอนแรกผ่านขั้นตอนของการออกกำลังกายเพื่อทำให้ตัวเองหายป่วย ขั้นตอนที่สองออกกำลังกายเพื่อให้ตัวเองมีหุ่นที่เราอยากจะได้ และหลังจากนั้นก็อยู่กับมันอีกรูปแบบหนึ่ง มันเหมือนทรัพย์สินระยะยาวสำหรับแอนไปแล้ว ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะออกเพื่อผลที่ดีหรืออยากได้เอวเท่าไหร่ แต่มันเป็นมวลรวมที่ทำให้เราสามารถไปใช้ชีวิตได้อย่างมีพลังเท่านั้นเอง อย่างเช้ามาเราออกกำลังกาย มันคือการลงทุนของเรา เรากำลังลงทุนกับร่างกายของเราเอง เพราะรู้สึกว่านี่คือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด และเมื่ออายุมากขึ้น ในเรื่องของความจำหรือการเปลี่ยนทิศอย่างรวดเร็ว ศักยภาพตรงนี้มันน้อยลง แอนจึงไปฝึกเหมือนเด็ก ที่เขามีศูนย์พัฒนานักกีฬาเยาวชน ก็ไปเรียนกับเด็ก ถึงมันจะยากแต่สนุกมาก เพราะเราไม่ได้ต้องการแค่กล้ามเนื้อ แต่ต้องการเส้นในสมองให้ขยับตามด้วย
ส่วนในเรื่องของการวิ่ง ตอนที่วิ่งครั้งแรกก็แค่วิ่ง เพราะถูกบังคับมาว่าเวตเสร็จก็ต้องวิ่ง พอไปวิ่งเรื่อยๆ ก็ไปเจอจุดอะไรก็ไม่รู้ วิ่งไปสักพักหูสองข้างมันดับไปแล้ว มันมีความเงียบที่เราไม่ได้ยินเสียงภายนอก แอนจึงเข้าไปในภวังค์ อยู่ๆ ก็เกิดการตกผลึกทางความคิดว่า เมื่อวานซืนเราทำอะไร ในอดีตเกิดอะไรขึ้น มีเคมีในสมองในหัวเราเอง แอนจึงลอยอยู่กับมันไปประมาณห้ากิโล ก็เข้าถึงเส้นชัยพอดี ซึ่งแอนคิดว่าสารตรงนี้ที่เกิดขึ้นมันดี ทำให้เราอยู่กับตัวเอง และมีความสุข
ก็อยากจะบอกกับทุกคนว่า อยากให้ทุกคนออกกำลังกายด้วยความรู้สึกที่เคารพตัวเองมากกว่ากดดันตัวเอง เมื่อไหร่ที่เราเคารพหรือศรัทธาอะไร เราจะถวายหัวให้กับสิ่งนั้น สิ่งหนึ่งที่อยากให้ทุกคนลงทุน ใช้เงินนิดเดียวไม่เกิน 1,000 กว่าบาท หรืองบหลักร้อย ซื้อเสื่อโยคะมาหนึ่งอัน เริ่มต้นกับสิ่งนี้ก่อน แอนเชื่อว่าถ้าเสื่อโยคะ เราใช้พื้นที่ตรงนั้นให้มีประโยชน์สูงสุด เดี๋ยวที่เหลืออย่างอื่นก็จะตามมา”

ชมพู่ อารยา เผยว่า จุดเปลี่ยนที่ทำให้การออกกำลังกายเป็นชีวิตของเธอ คือตอนแรกเธอคงเป็นหนึ่งในหลายๆ คนที่หันเข้าหาการออกกำลังกายเพราะรูปลักษณ์ภายนอก แต่เมื่อไปโฟกัสที่พลังงาน (Energy) ที่มันดีขึ้น ทำยังไงให้เราแข็งแรงขึ้นกว่าเมื่อวาน รูปลักษณ์ภายนอกก็ตามมา และเธอก็ติดใจกับพลังงานที่ได้ในเวอร์ชั่นที่แกร่งขึ้น ส่วนที่บอกว่า อยากอยู่ได้ถึง 120 ปี คือเป้าหมายที่ทำให้เราออกกำลังกาย ซึ่งสิ่งที่ทำในวันนี้ ก็เพื่อให้มันเจ็บน้อยที่สุด ซึ่งปัจจัยหลักๆ ก็น่าจะเป็นเรื่องลูกด้วย เราอยากอยู่กับเขาไปนานๆ ชมรู้สึกว่าตอนนี้โลกมันเกิดการเปลี่ยนแปลงเยอะ ชมคิดว่าถ้าอยู่ถึงวันนั้น ชมคงได้เห็นอะไรแปลกๆ ที่เราอาจจะเคยเห็นแต่ในหนัง เราก็อยากจะอยู่เห็นสิ่งนั้น

ปันปัน สุทัตตา ตัวแทนเด็กเจ็นใหม่ เผยว่า “หนูเริ่มออกกำลังกายครั้งแรกประมาณ 10 ปีที่แล้ว ช่วงเข้ามหา’ลัยใหม่ๆ เพราะน้ำหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว จนเริ่มศึกษาและชอบ เริ่มอิน จนเรียนรู้วิธีการที่มันถูกต้อง จนวันหนึ่งมันกลายเป็นไลฟ์สไตล์ของเรา คือหนูเป็นคนที่ชอบคาร์ดิโอมาก คือเวลาหนูเล่นคาร์ดิโอ เล่นเอาตาย พอเล่นเสร็จมันมีเอ็นโดรฟินที่หลั่งออกมา มันแฮปปี้กับตัวเองมาก
แต่ปัจจุบันหนูไม่ได้ออกกำลังกายเพื่อเบิร์นแคลอรีแล้ว แต่ออกเพื่อให้หัวใจเธอดี และมีความสุข แม้จะมีความขี้เกียจบ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของเวลามากกว่า เพราะหนูชอบออกกำลังกายตอนเช้า และวันไหนที่หนูทำงานเช้า หนูก็จะไม่ได้ออกเพราะตื่นไม่ทัน แต่ถ้ามีเวลาอย่างน้อย 20 นาที ก็จะเล่นอยู่ในห้อง แล้วก็ไปทำงาน”

ส่วนในช่วงบ่าย พบกับสาวแซ่บสายเฮลตี้อย่าง โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์ ที่มาโชว์การแช่ Ice Bath ฉบับมือใหม่ให้แฟนๆ ได้รับชม หลังจากที่เสร็จสิ้นกิจกรรม โยเกิร์ตก็ได้ร่วมพูดคุยต่อในหัวข้อ Ice Bath Talk : The Cold School มือใหม่หัดแช่ ว่า “อยากจะบอกทุกคนว่า อยากให้ลองเปิดใจทำอะไรใหม่ๆ ที่เราไม่เคยทำหรือไม่เคยกล้า อย่างวันนี้เราเคยมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้มาแล้ว เราเลยไม่ได้อยากทำและไม่ได้ชอบ แต่พอวันนี้ได้มาทำ ก็เป็นในแง่มุมหนึ่งของเรา ที่เรามีความรู้สึกอะไรใหม่ๆ เข้ามา ก็อาจจะกลับมาทำจริงๆ ก็ได้”

นอกจากนี้เธอยังเผยวิธีการรับมือกับพลังงานด้านลบว่า “การปฏิเสธและผลักดันพลังงานลบ จริงๆ แล้วความคิดเห็นในเรื่องของการไม่ชอบหรือชอบ เรารับฟังแบบเปิดกว้าง ความคิดเห็นไหนที่เรารู้สึกว่ามีการวิจารณ์หรือให้ข้อคิดเห็นแบบเป็นประโยชน์กับเรา เราก็น้อมรับและเอามาพิจารณาตัวเองว่า มันใช่หรือไม่ใช่ ส่วนอันไหนที่เรารู้สึกว่าข้อคิดเห็นที่ไม่ได้เป็นแบบ Positive เป็นข้อคิดเห็นเพื่อความสะใจ เราก็เลือกที่จะมองข้าม”





