ธนกร วังบุญคงชนะรมว.อุตสาหกรรม ระบุว่า “ความยั่งยืนของอุตสาหกรรมไทย ไม่อาจเกิดขึ้นได้หากฐานเศรษฐกิจรากหญ้าไม่แข็งแรง” เอสเอ็มอีกว่า 3 ล้านรายทั่วประเทศ ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน และเป็นแหล่งจ้างงานกว่า 13 ล้านคน แต่ในเวลาเดียวกัน ผู้ประกอบการกลุ่มนี้กลับเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจผันผวน ขาดแคลนทักษะ แรงงาน และเงินทุน รวมถึงแรงกดดันจากกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยที่เข้มข้นขึ้นตามมาตรฐานสากล การสร้างภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจตามแนวทางควิก บิ๊ก วิน จึงกลายเป็นภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาล

งานไว-เงินไวฟื้นผู้ประกอบการ

เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว กระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม) เร่งออกมาตรการ ดีพร้อมเสิร์ฟงานไว เงินไว บาย ดีพร้อม เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ภายใน 120 วัน แต่ส่งผลยาวต่อโครงสร้างเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ เพื่อช่วย ต่อลมหายใจให้ผู้ประกอบการที่ต้องหมุนเงินสูง ขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เป็นกลไกรักษาการจ้างงานและทำให้ระบบอุตสาหกรรมไม่สะดุด

ณัฏฐิญา เนตยสุภาอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ฉายภาพถึงดีพร้อม เสิร์ฟว่า เหมือนเป็น “วัคซีนทางธุรกิจ” ที่ออกแบบมาเพื่อให้เอสเอ็มอี และวิสาหกิจชุมชนสามารถตั้งหลักในช่วงเศรษฐกิจผันผวน ขณะเดียวกันก็เร่งการปรับตัวของผู้ประกอบการให้พร้อมสู่โลก ยุคเน็ต ซีโร่ และการแข่งขันระดับโลก มาตรการนี้ไม่เพียงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น แต่ยังสร้าง ทุนความสามารถให้เอสเอ็มอีเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ทั้งด้านเทคโนโลยี การเงิน การผลิต และทักษะบุคลากร ประกอบด้วยสองกลยุทธ์หลัก คือ

1.งานไว–เสริมทักษะ สร้างอาชีพ ยกระดับอุตสาหกรรมอนาคต

มาตรการนี้เน้นสร้างทุนมนุษย์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจยั่งยืน ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้นที่จำเป็นต่อ
การประกอบอาชีพ เช่น ช่างชุมชน การแปรรูปอาหาร งานฝีมือ การผลิตของใช้ในครัวเรือน รวมถึงทักษะเฉพาะด้านสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ เช่น การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล–AI การตลาดยุคใหม่ การบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ สร้างทักษะด้านพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมอนาคต เช่น โดรนเกษตร, ธุรกิจสัตว์เลี้ยง, ยานยนต์ไฟฟ้า

สำคัญที่สุดคือ ดีพร้อม ได้บูรณาการความรู้ด้าน “เศรษฐกิจสีเขียว” และทำธุรกิจแบบยั่งยืนเข้าไปในทุกหลักสูตร เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยพร้อมรับมาตรฐานด้านคาร์บอน การจัดการของเสีย และการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะพัฒนาผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 60,000 ราย และสร้างมูลค่าเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 4,600 ล้านบาท

2. เงินไว  เติมสภาพคล่อง สร้างเกราะป้องกันความเสี่ยง ด้านการเงิน ได้ออกมาตรการ สินเชื่อเงินทุนหมุนไว ไฮซีซั่น วงเงินรวมกว่า 200 ล้านบาท เพื่อช่วยเอสเอ็มอี และวิสาหกิจชุมชนให้ผ่านฤดูกาลขายสำคัญ พร้อมลดภาระการเข้าถึงแหล่งทุน โดยให้กู้ได้สูงสุด 2 ล้านบาทต่อราย และวงเงินไม่เกิน 500,000 บาทใช้เพียงบุคคลค้ำประกันได้ ผ่อนชำระ 24 เดือน ดอกเบี้ยพิเศษเพียง 0.5% ต่อเดือน

มายด์ แอส วัน โมเดลอุตฯโตคู่ชุมชน

ณัฐพล รังสิตพลปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ชูแนวคิด “มายด์” และการทำงานแบบ “มายด์ แอส วัน” ที่เปลี่ยนบทบาทหน่วยงานรัฐจาก “ผู้ควบคุม” มาเป็น “ผู้สนับสนุนและโค้ช” เพื่อลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างแท้จริง แนวทางนี้สอดคล้องกับหลักการของ Sustainable Industrial Development ที่ให้ภาครัฐ–ชุมชน–ธุรกิจ ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

3 เสาหลักที่กระทรวงผลักดัน ได้แก่ 1. กระตุ้นเศรษฐกิจและท่องเที่ยว–เพิ่มรายได้ให้ชุมชนและอุตสาหกรรมท้องถิ่น
2. เสริมสภาพคล่องและสร้างเกราะป้องกัน–ช่วยผู้ประกอบการแบกรับความเสี่ยงให้น้อยที่สุด 3. ลงทุนเพื่ออนาคต–สนับสนุนงานวิจัย เทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรมสีเขียว เพื่อนำอุตสาหกรรมไทยสู่ high-value industry

นี่คือการปูรากฐานให้ภาคอุตสาหกรรมไทยเดินหน้าไปสู่ Net Zero และมาตรฐานสีเขียวที่ตลาดโลกต้องการ มาตรการดีพร้อมเสิร์ฟ จึงเป็นเหมือนจิ๊กซอว์สำคัญที่กระทรวงอุตสาหกรรม หวังช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวทันกับเทคโนโลยี เพิ่มความสามารถแข่งขัน เข้าถึงทุนอย่างรวดเร็ว สร้างงาน–สร้างรายได้–สร้างความมั่นคงให้ชุมชน และเดินหน้าสู่ความยั่งยืนทั้งระบบ เมื่อทุกภาคส่วนเติบโตไปด้วยกันได้ เศรษฐกิจไทยจึงจะมีภูมิคุ้มกัน พร้อมรับมือกับอนาคตที่ท้าทายและซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม.