เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ที่โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ทล. ได้จัดรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน (Market Sounding) สำหรับการให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP) ในการพัฒนาและบริหารจัดการที่พักริมทางบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 7 (M7) และหมายเลข 9 (M9) ซึ่งปัจจุบัน ทล. ได้จัดทำที่พักรถที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานไว้อยู่แล้ว อาทิ ที่จอดรถ และห้องน้ำ แต่ยังขาดสิ่งอำนวยความสะดวกด้านอื่นๆ ที่เป็นความต้องการของประชาชน ที่ผ่านมามีเสียงเรียกร้องมาตลอด โดยเฉพาะร้านค้า และร้านอาหาร-เครื่องดื่ม เพื่อทำให้การเดินทางของประชาชนสะดวกมากขึ้น มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจร

นายปิยพงษ์ กล่าวอีกว่า คาดว่าจะได้รับความสนใจจากเอกชน ซึ่งมอเตอร์เวย์ M7 และ M9 เป็นเส้นทางที่ได้รับความนิยมในการเดินทาง ปริมาณการจราจรประมาณ 1 แสนคันต่อวัน อย่างไรก็ตามเบื้องต้น ทล. จะประกาศเชิญชวนเอกชนฯ ได้ภายในปี 2569 และคาดว่าเมื่อลงนามสัญญา รวมทั้งออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (NTP) เอกชนจะสามารถเข้าพื้นที่ก่อสร้างได้ทันที โดยใช้เวลาก่อสร้าง 1 ปี แต่คาดว่าประมาณ 90 วันภายหลังออก NTP หรือประมาณปลายปี 2569 จะเริ่มให้บริการพื้นที่เชิงพาณิชย์ในส่วนของร้านค้า รวมถึงตู้คีออส (kiosk) หรือฟู้ดทรัค จำหน่ายอาหาร และเครื่องดื่มบางส่วนก่อนได้ ซึ่ง ทล. ทำระบบน้ำ และระบบไฟเตรียมไว้แล้ว

นายปิยพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับระยะเวลาของสัญญา ประมาณ 10-15 ปี เพราะหากระยะเวลาสั้นเกินไป เอกชนอาจมีความเสี่ยงได้ แต่หากยาวเกินไป ก็ไม่รู้ว่าในอนาคตผู้ใช้ทางอาจจะเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานหรือไม่ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ได้สรุปว่าการประมูลจะแบ่งเป็นกี่สัญญา รอผลศึกษาฯ ก่อน สำหรับความคืบหน้าการพัฒนาและบริหารจัดการที่พักริมทาง (Rest Area) ศูนย์บริการทางหลวงศรีราชา มอเตอร์เวย์ M7 ช่วงชลบุรี-พัทยา ขณะนี้ผู้รับจ้างได้เข้าพื้นที่เริ่มงานก่อสร้างแล้ว คาดว่าเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 ในเดือน เม.ย. จะสามารถเปิดให้บริการบางส่วน อาทิ ที่จอดรถ ห้องน้ำ และปั๊มน้ำมันก่อนได้ ก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2570

นายปิยพงษ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนโครงการสถานที่บริการทางหลวงบางละมุง ที่ก่อนหน้านี้เปิดประมูลแต่ไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอนั้น เบื้องต้น ทล. จะเข้าไปพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานเองก่อน อาทิ ห้องน้ำ และที่จอดรถ จากนั้นจะเปิด PPP ให้เอกชนเข้ามาพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกในด้านอื่นๆ เช่นเดียวกับมอเตอร์เวย์ M7 และ M9 ปัจจุบัน ทล. อยู่ระหว่างออกแบบรายละเอียด และประเมินวงเงินที่จะใช้ดำเนินการ โดยจะใช้งบประมาณปี 2570 และเริ่มเข้าไปพัฒนาตั้งแต่ปลายปี 2569 ใช้เวลาดำเนินการ 1 ปีแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการประมาณปลายปี 2570 สำหรับสาเหตุที่จุดพักรถ M7 และ M9 ไม่มีทางเชื่อม 2 ฝั่งเหมือนศรีราชา เพราะเป็นจุดพักขนาดเล็ก มีพื้นที่ไม่มาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพัฒนาและบริหารจัดการที่พักริมทางบนมอเตอร์เวย์ M7 และมอเตอร์เวย์ M9 ครอบคลุมการพัฒนา และบริหารจัดการที่พักริมทางขนาดเล็ก (Rest Stop) รวม 5 ตำแหน่ง ได้แก่ มอเตอร์เวย์ M7 สาย กรุงเทพฯ-ชลบุรี-มาบตาพุด ประกอบด้วย จุดพักรถลาดกระบัง (กม.21) พื้นที่ประมาณ 10 ไร่, จุดพักรถหนองรี (กม.72) พื้นที่ประมาณ 18 ไร่ และจุดพักรถมาบประชัน (กม.118) พื้นที่ประมาณ 16 ไร่ และมอเตอร์เวย์ M9 สาย ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันออก ประกอบด้วย จุดพักรถคลองหลวง (กม. 20) พื้นที่ประมาณ 5 ไร่ และจุดพักรถทับช้าง (กม.49) พื้นที่ประมาณ 8 ไร่ ทั้งนี้การพัฒนาดังกล่าว มีต้นทุนค่าใช้จ่ายประมาณ 425 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าก่อสร้าง 80 ล้านบาท, ค่าดำเนินงาน ค่าบำรุงรักษา และบูรณะโครงการ 345 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การเปิดรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 150 คน ได้รับความสนใจภาคเอกชนหลากหลายธุรกิจ สถาบันการเงิน หน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ เกือบ 50 หน่วยงาน มีหน่วยงานที่มีชื่อเสียง อาทิ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM, บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC, บริษัท ช การช่าง จำกัด (มหาชน),

บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด, บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน), บริษัท คิงเพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด และบริษัท สหลอว์สัน จำกัด, บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยในที่ประชุมเอกชนสอบถามเกี่ยวกับเรื่องการแบ่งสัญญา และระยะเวลาสัญญา ซึ่งอยากได้เท่ากับระยะเวลาสัญญาของที่พักริมทาง ศูนย์บริการทางหลวงศรีราชา

ปัจจุบันโครงข่ายทางหลวงทั่วประเทศ มีจุดพักรถรวม 173 แห่ง ในจำนวนนี้ 167 แห่ง เปิดให้ประชาชนใช้บริการแล้ว อีก 6 แห่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง.



