เรียกได้ว่าเป็นคู่รักสายคอนเทนต์สุดๆ สำหรับนางเอกและยูทูบเบอร์สาวชื่อดัง “เก๋ไก๋-ณัฐธิชา นามวงษ์” หรือ “เก๋ไก๋ สไลเดอร์” ที่มักจะออกมาเสิร์ฟความฟินกับแฟนหนุ่มชาวต่างชาติ “อาร์บี” ผ่านโซเชียลอยู่เป็นประจำ จนแฟนๆ ที่ได้รับชมคลิปของเธอก็พากันอินเลิฟตามไปด้วย

ล่าสุด เก๋ไก๋ มาร่วมงานแถลงข่าว “ช่อง 3 มีอะไรใหม่ Channel 3 Update” ก็ไม่พลาดที่จะอัปเดตเรื่องความรักกับ หนุ่มอาร์บี ให้แฟนๆ ได้ทราบ ซึ่งความสัมพันธ์ช่วงนี้ของทั้งคู่บอกเลยว่ากำลังไปได้สวย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อครอบครัวของฝ่ายชายตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่ประเทศไทยแบบถาวร ทำให้ความใกล้ชิดของทั้งสองฝ่ายเพิ่มขึ้นและยิ่งเติมเต็มความสุขในช่วงปลายปีนี้
โดย เก๋ไก๋ ได้เผยว่า “สำหรับชีวิตช่วงนี้ก็เรื่อยๆ รู้สึกว่า เป็นช่วงปลายปีที่เราได้เติมสิ่งที่เราอยากรู้และอยากฝึก ก็มีไปเรียนภาษาเพิ่มที่โรงเรียนเลยค่ะ เรียนเพื่อที่จะคุยกับเพื่อน คุยกับอาร์บี ถามว่าตัวติดกันไหมคะ ก็ไม่ได้ตัวติดกันอะไรเลย แต่ว่าช่วงนี้มีคุณพ่อคุณแม่ของอาร์บี เขาย้ายมาอยู่ที่ไทยแล้วเป็นการถาวร เราก็จะแยกย้ายทำกิจกรรมที่เราอยากทำ
แล้วปกติเวลาเราไปทำงาน เขาก็จะมีตามมาให้กำลังใจด้วยค่ะ เพราะว่าส่วนมาก เราจะรับงานออนไลน์ แล้วก็ทำงานแล้วก็ถ่ายคอนเทนต์ลงด้วยกัน ไม่ว่าจะไปเล่นสวนสนุกหรือว่าอะไร เราก็จะไปด้วยกัน เพราะว่าเราทำงานด้วยกัน เราก็จะทำคอนเทนต์ด้วยกัน เน้นเป็นคลิปน่ารักๆ ใน TikTok ใน YouTube เขาก็คือเป็นอินฟลูฯ ท่านหนึ่ง จากที่ไม่เคยคิดอยากจะถ่ายคลิปถ่ายรูปภาพ เขาไม่เคยลงรูปภาพ แต่ว่าช่วงนี้เริ่มลงแล้ว ช่วงนี้เขาปรับตัวได้แล้ว คือเขาก็เป็นเหมือนเด็กวัยรุ่น ไม่ได้นึกถึงว่าคนไทยชอบดูอะไร ก็ลองทำคอนเทนต์ด้วยกันอย่างเช่นเต้นใน TikTok ก็คือต่างประเทศเขาก็เต้นกัน เต้นเป็นคู่น่ารักๆ

ตอนนี้ก็ได้เจอกับครอบครัวเขาแล้วค่ะ ครอบครัวเขาก็น่ารักมากๆ คุณพ่อคุณแม่อายุ 64 แล้ว แต่ว่ายังสุขภาพร่างกายแข็งแรง เพราะว่าคุณแม่เขาชอบมีกิจกรรมไปเดินเขา ซึ่งหนูว่าเขาน่ารักมากๆ แม่ชอบทำอาหารให้ น่ารักมาก คุณพ่อ คุณแม่ ถามว่าเขาเอ็นดูเราไหม คือเราไม่ได้คุยกันเป็นภาษาอังกฤษ เพราะว่าเราจะคุยกับอาร์บีเป็นหลัก เวลาเจอกัน เขาจะแบบโอ้มายเลิฟอะไรแบบนี้ เราก็จะบอกว่ามามี้เลิฟยูจุ๊บจุ๊บ คือหนูไม่รู้ว่าเขายังไงนะคะ แต่ว่าหนูคิดว่าหนูน่ารักและเขาน่ารักกับหนู แต่ส่วนอันอื่นหนูก็ไม่ได้คิดถึง เราก็มีโอกาสได้เป็นไกด์พาเขาเที่ยวบ้าง เราไปเที่ยวเกาะล้าน ก็เอารถบ้านไปขับเล่น
หลายคนก็แซวว่าทริปนั้นเซ็กซี่ ก็คือไปทะเลก็ต้องใส่ชุดว่ายน้ำ ถามว่ารู้สึกยังไงที่หลายคนบอกว่าเดี๋ยวนี้เก๋ไก๋เซ็กซี่ แต่ก่อนไม่เคยเห็นหนูลุคนี้ ก็มีให้เห็นช่วงต้นปี กลางปี ท้ายปี ปีละไตรมาส เพราะว่าไม่ค่อยได้ไปทะเลบ่อย ถามว่าเขาไม่ห้ามใช่ไหม หรือว่าเขาชอบ ปกติมากค่ะชุดว่ายน้ำ ไม่ห้ามแล้ว แม่ก็จะบอกว่าเวรี่กู๊ด สวยอะไรแบบนี้ เขาก็จะพูดภาษาเขาที่แปลว่าอร่อย ก็ประมาณว่าชมว่าแซ่บ คือเราก็มั่นใจอยู่แล้ว แต่เขาก็มองเป็นเรื่องปกติ


ส่วนเราจะพัฒนาความสัมพันธ์มากกว่านี้ไหม ในอนาคตก็เป็นเรื่องของอนาคต แต่ว่าเราก็มีคุยกันบ้างว่าอนาคต ถ้า 60 ปี เขาก็จะบอกว่า เราจำโมเมนต์นี้ไว้นะ มันน่าจะเป็นโมเมนต์ที่ตลกมากๆ เรายังอยู่ในอายุที่เท่ากับพ่อกับแม่เขา หนูคิดว่าผู้หญิงทุกคนก็จะคิดเรื่องนี้อยู่แล้วว่าในอนาคต เหมือนว่าเราก็วางแผนระยะยาว มีคิดบ้าง มีแฟน ก็ต้องมีการคิดบ้าง แต่เราก็ไม่ได้ไปกดดันตัวเอง หรือว่าตัวใคร หรือตัวเขาด้วยค่ะ ช่วงนี้โฟกัสอันไหนที่เรามีความสุข ไปออกกำลังกาย ช่วงนี้ที่เราอินกับการกินอาหารดี รักสุขภาพ ดูแลเรื่องสุขภาพ เรื่องความสวย คือมันใกล้เข้าเลขสามแล้ว ก็เลยอยากดูแลตัวเองช่วงนี้
ถามว่าลงตัวกันหรือยัง คือหนูรู้สึกว่าทุกคนไม่มีใครที่มันลงตัวเป๊ะ มันก็เป็นเรื่องปกติ อย่างเรื่องภาษาเขาเป็นภาษาอังกฤษเรายังต้องเรียนรู้อยู่ ก็ต้องใจเย็น เราก็ต้องค่อยๆ อธิบาย หนูรู้สึกว่าติดเรื่องของภาษานิดนึงที่อยากฝึกอยู่ ก็เลยไปเรียนเพิ่มด้วย ถ้ารู้อย่างนี้นะ ตอนเด็กหนูตั้งใจเรียนภาษาแล้วนะเนี่ย คือตอนเด็กนั้นเราไม่ได้อยากจะคุยภาษาเก่ง เราไม่ได้คิดว่าเราจะตั้งใจเรียนด้านนี้ เพราะเราไม่ได้คิดว่าเราจะมีแฟนเป็นเขา แต่พอเราตั้งใจเรียนแล้ว อย่างน้อยเราก็รู้แกรมม่า แต่ตอนนี้โอเคไม่เป็นไร ค่อยๆ เราไปเรียนให้ได้แกรมม่า แต่สิ่งที่ชินก็คือเราต้องพูดบ่อยๆ แล้ว

ช่วงเวลาที่หนูดูรายการที่เขาสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษรู้สึกว่ามันได้อะไร มันเป็นอีกภาษานึง อีกชาตินึง ก็รู้สึกว่าดีเหมือนกัน เราเป็นเด็กนิเทศเราต้องมีศิลปะในการสื่อสาร แล้วถ้าเราพูดได้อีกภาษาจะเป็นยังไง เก๋ไก๋ที่ใกล้เก่ง มันก็จะได้เก่งขึ้นจากการที่เราใช้ทางลัด เพราะว่าเรามีแฟนช่วยในการพูดคุยทุกวัน มันก็ช่วยได้จริงๆ ทำให้เราอยากเรียน
ถ้าเรารู้ว่าอนาคตอยากจะมีแฟน เราเรียนตั้งแต่ประถมมัธยมแล้ว คือคนที่อยากจะพูดเป็นนั้น มันมาจากสิ่งที่อยากจะสื่อสาร แต่ตอนเด็กนั้นเราไม่อยากสื่อสาร ก็ไม่รู้ว่าเราจะฝึกไปทำไม ความรักทำให้เราอยากเรียนรู้ ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน อยากพัฒนาตัวเอง ก็ไม่ได้ถึงขั้นเจ้าของภาษา แค่สื่อสารได้แล้วก็รู้สึกว่าเราฟังไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเชี่ยวชาญขนาดนั้น”







