กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์สะเทือนวงการเพลงลูกทุ่งทีนป๊อปอย่างหนัก หลังจากที่บนโลกออนไลน์ได้มีการผุดแฮชแท็กปริศนา #นักร้องชายค่ายตึกฟ้าย่านอโศก จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์และสืบหาความจริงกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งมีกระแสข่าวลือและข้อกล่าวหาโยงพาดพิงถึงพฤติกรรมส่วนตัวของ “ติณติณ-จรัสรวี เทียมรัตน์” หนึ่งในสมาชิกหนุ่มหล่อสุดฮอตของวงบอยแบนด์ลูกทุ่งชื่อดัง “New Country” ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ทางต้นสังกัดยักษ์ใหญ่อย่าง ค่ายแกรมมี่ โกลด์ (Grammy Gold) ไม่นิ่งนอนใจต่อกระแสสังคมที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาอย่างดุเดือด ได้ออกมาร่อนจดหมายแถลงการณ์ด่วน เพื่อชี้แจงสถานการณ์และแสดงจุดยืนของบริษัทต่อประเด็นดังกล่าวทันที ด้วยการสั่งพักงานทั้งหมด ทำให้คนยิ่งสนใจข่าวนี้มากขึ้น ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันนี้ 11 มิ.ย. 69 ติณติณ ได้มาร่วมพูดคุยในรายการโหนกระแส ทางช่อง 3 โดยมีบางช่วงบางตอนเล่าด้วยว่า

ติณติณ เผยว่า “เรื่องพี่จี๊ดจ๊าด ที่ไปพัทยา ผมอยากให้ช่วยเรื่องแต่งหน้าทำผม และเขาช่วยผมได้ พัทยานอนคนละห้อง ผมนอนกับนีโอ และพี่จี๊ดจ๊าดนอนกับเพื่อนผู้หญิงอีกคนครับ ผมคุยกับแกรมมี่แล้วเหลืออีก 3-4 เดือนจะหมดสัญญาแล้ว คือผมตั้งใจจะไม่ต่ออยู่แล้ว พอพักงานก็น่าจะพอดี เรื่องถุงยางผมใส่ตลอด แต่ฟาเมาขาดสติ ผมเดบิวต์มา 4 ปีแล้ว ผมป้องกันตลอด แต่อาจจะมีบางครั้งที่ผมฉุกเฉินครับ ตอนแรกผมไม่เชื่อว่าเขาท้องและไม่เชื่อว่าเป็นลูกผมในตอนแรก แชตนีโอคุยกับฟา เพิ่งเห็นเมื่อวานนี้เอง ผมคุยกับนีโอตลอดว่าฟามาบอกแบบนี้ ก่อนจะมาบอกเขากุเรื่องและโกหกมาหลายๆ อย่าง ผมไม่เชื่อเลยว่าเขาท้อง แล้วจะท้องกับผม จนมาเห็นแชตที่นีโอกับฟา ในแชตรู้ตัวเดือนแรกเลย ผมก็เลยบอกว่าอ้าวแบบนี้มันก็ถ้า (เสียงสั่น) ถ้าผมรู้เรื่องนี้ก่อนตั้งแต่แรก (ร้องไห้) ผมไม่มานั่งสงสัยเลย ว่าเด็กคนนี้คือลูกผมหรือเปล่า มันอาจจะไม่มาถึงขั้นนี้ มันอาจจะมีทางออกที่ดีกว่านี้ (เช็ดน้ำตา) การเลี้ยงเด็กคนหนึ่งต้องใช้อะไรมากจริงๆ ผมแค่รู้สึกอะไรหลายๆ อย่าง พฤติกรรมของเขามันทำให้เรื่องนี้วุ่นวายไปหมด เขาบอกว่าพยายามป้องกันแล้ว เขาบอกเขากินยาคุมรายเดือนอยู่แล้ว ซึ่งตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ ผมไม่รู้เลยเรื่องไหนเรื่องจริงบ้าง

“ผมอยากตรวจดีเอ็นเอก่อนครับ มัน 5 เดือนแล้ว คุยเรื่องอื่นไม่ได้แล้ว เราสรุปดีกว่าลูกใครกันแน่ ผมเป็นห่วงตอนที่ผมเห็นแชตแล้ว ผมคลายข้อสงสัยหมดเลย ถ้าเป็นลูกผมจริงๆ ผมต้องทำยังไงกับเขา ต้องวางแผนยังไง แค่คิดว่าการที่เขาออกมาหาแสงเพื่อให้เขามีคนสนใจขึ้นมา แต่พอเป็นแบบนี้ สิ่งที่ผมห่วงมากที่สุดคือเด็กในท้องเขา มีคนแชตมาให้ดูเรื่องกุเรื่องท้องหลายรอบ”

ขอขอบคุณรายการโหนกระแส