จากกรณีศาลฎีกาพิพากษากลับในคดีภาษีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องจ่ายภาษีจากการขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 1.76 หมื่นล้านบาท โดยมีผลให้กรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีจากนายทักษิณ ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 18 พ.ย. นางเพ็ญรวี มาแสง รองอธิบดีกรมบังคับคดี ในฐานะโฆษกกรมบังคับคดี กล่าวว่า ในขั้นตอนของกรมบังคับคดีนั้น ตอนนี้เรื่องยังมาไม่ถึงกรมฯ โดยหากดูจากคำพิพากษาของศาลฎีกา เมื่อฝ่ายลูกหนี้ทราบคำพิพากษาแล้ว ก็ต้องติดต่อชำระหนี้ต่อกรมสรรพากร ภายในระยะที่กฎหมายกำหนด แต่หากลูกหนี้ไม่ชำระ ก็จะเข้าสู่การดำเนินการ โดยกรมสรรพากรมีขั้นตอนที่จะดำเนินการเองได้ ทั้งนี้ กรณีคดีแพ่งทั่วไป กรมบังคับคดีจะเข้าไปดำเนินการก็ต่อเมื่อมีหมายบังคับคดี ซึ่งเป็นหลักการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ป.วิ.พ.) โดยหลักการทั่วไป เจ้าหนี้ซึ่งก็คือกรมสรรพากร ต้องเป็นผู้ร้องต่อศาลเพื่อให้มีหมายบังคับคดี โดยเจ้าหนี้ต้องดำเนินการสืบหาทรัพย์สินแล้วแจ้งให้กรมบังคับคดีทำการยึดอายัดขายทอดตลาดตามขั้นตอน

ต่อข้อถามถึงกรณีทรัพย์สินที่อยู่นอกประเทศ มีวิธีการดำเนินการอย่างไร โฆษกกรมบังคับคดี กล่าวว่า ตามกฎหมายไทยปัจจุบัน อำนาจของเจ้าพนักงานบังคับคดียังอยู่ในราชอาณาจักรเท่านั้นเพราะเป็นคดีแพ่ง ซึ่งต่างจากคดีอาญา โดยการบังคับคดีมีระยะเวลาดำเนินการภายใน 10 ปีนับจากวันที่ศาลพิพากษาถึงที่สุด.