น.ส.ทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้แตกไลน์ธุรกิจสู่แบรนด์สุกี้บุฟเฟ่ต์ ในชื่อ  “โบนัส สุกี้” เพื่อทำตลาดธุรกิจอาหารในกลุ่ม สุกี้บุฟเฟ่ต์หม้อไฟ ที่ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และเป็นการรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปเน้นความคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายมากขึ้น ซึ่งการใช้ชื่อ โบนัส สุกี้  มีแนวคิด ต้องการให้ความรู้สึกพิเศษกับลูกค้า ที่มากกว่า ไม่ว่าจะเป็น คุณภาพดีกว่า คุ้มค่า และหลากหลายมากกว่า โดยชูจุดเด่นในราคาคุ้มค่า  เพียง 219 บาท ต่อราย (ไม่รวมเครื่องดื่มรีฟิลราคา 39 บาท และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)   เน้นให้ทุกมื้อ คือ โบนัสลูกค้าได้กลับไป ไม่จำเป็นต้องรอเงินเดือนออก มาได้ทุกวัน เป็นโบนัสของคนไทยทั่วประเทศ  โดยใช้กลยุทธ์ ความคุ้มค่าด้วยเมนูมากกว่า 60 เมนู ราคาเข้าถึงง่าย จัดโปรโมชันต่อเนื่องทุกเดือน พนักงานบริการที่ดี จ้างคนท้องถิ่น  มีเมนูพิเศษที่แจกฟรีทุกโต๊ะ วันละสองรอบ ร้านมีมาตรฐาน บรรยากาศดีและสอะดาด

“หลังจากเปิด ‘โบนัสสุกี้’ เพียง 4 เดือนแรก มีลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำแล้วกว่า 25% และทานซ้ำสูงสุดถึง 37 ครั้ง ขณะที่ผลสำรวจความพึงพอใจลูกค้าพบว่า กว่า 95% ประทับใจ ทั้งการบริการ พนักงาน และความคุ้มค่า สะท้อนภาพของแบรนด์สุกี้น้องใหม่ที่กำลังขยับขึ้นเป็นขวัญใจคนรักสุกี้ทั่วประเทศ และจะเป็น แบรนด์ เรือธงใหม่ ของเอ็มเค กรุ๊ป ในอนาคต ซึ่งตลาดสุกี้หม้อไฟ ยังมีแนวโน้มเติมโตอยู่ เห็นได้จากมีผู้เล่นอย่างเครือเซ็นทรัลเข้าลงทุนในธุรกิจสุกี้ แสดงว่าตลาดยังมีโอกาสเติบโต โดยประเมินว่าตลาดสุกี้หม้อไฟในปีนี้จะมีมูลค่าประมาณ  2.5 หมื่นล้านบาท” 

ด้านนาย ธีร์ ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  สำหรับกลยุทธ์ในการขยายสาขานั้น เน้นการเลือกทำเล ในหัวเมืองใหญ่และเมืองรอง มีความหนาแน่นของชุมชนสูง ใช้พื้นที่ประมาณ 500 ตารางเมตรต่อสาขา ส่วนเงินลงทุนขึ้นอยู่พื้นที่และทำเล แต่ละสาขาใช้เวลาคืนทุน 2-3 ปี โดยตั้งเป้าขยายให้ครบ 16 สาขา ภายในสิ้นปี 68 และมียอดขาย 150 ล้านบาท และในปี 69 จะขยายเพิ่มเป็น 70 สาขา มียอดชาย 3,600 ล้านบาท และในไตรมาส 2 ของปี 70 จะขยายให้ครบ  100 สาขา และตั้งเป้าเป็นแบรนด์สุกี้บุฟเฟ่ต์ที่มีการเติบโตเร็วที่สุด

สำหรับการตัดสินใจขยายแบรนด์ใหม่มองจากจุดแข็งของเราจะสามารถสร้างตลาดให้เติบโตได้  โดยเรามี เครือข่ายพาร์ทเนอร์ห้างสรรพสินค้าและนอกห้างทั่วประเท  ซัพพลายเออร์มากกว่า 1,000 ราย  คลังสินค้าและครัวกลางรองรับได้ถึง 1,000 สาขา ระบบขนส่งโลจิสติกส์ด้วยรถขนส่งกว่า 500 คัน ส่งของได้ทุกวันทั่วไทย และมาตรฐานการบริการและเทรนนิ่งเดียวกับ เอ็มเค

ส่วนการเล่นสงครามราคาทำให้กำไรเหลือน้อย เราไม่ต้องการทำสงครามราคา  ที่ผ่านมาการบริหารต้นทุน เราถือว่าทำได้ดี แต่ ต้นทุนที่ขึ้น คือ ค่าแรง   ค่าเช่า แต่ผลประกอบการที่ออกมาใน ไตรมาส 3 ถือว่าทำได้ดี  สิ่งที่ต้องทำ คือควบคุมสิ่งเหล่านี้บริหารจัดการต้นทุนให้ดี โดยแต่ละสาขาใช้พนักงานไม่เท่ากัน สาขาหนึ่งเฉลี่ย 40 คน ปัจจุบันในเครือเอ็มเคมีพนักงาน 2 หมื่นคน  ในปีหน้าเราก็มองหาโอกาสธุรกิจด้วยการมองหาแบรนด์ใหม่ๆต่อเนื่อง

สำหรับคนที่จะเข้ามาทำธุรกิจร้านอาหารยังมองว่า เป็นธุรกิจที่มียังมีการเติบโต ต้องหาจุดแข็งของตัวเองเพื่อนำเสนอให้ตรงความต้องการของผู้บริโภคให้ได้ ไม่ว่าจะทำเพียงสาขาเดียว หรือหลายสาขาก็ต้องหาจุดแข็งของตัวเองให้ได้ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน