เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ดร.นพดล กรรณิกา อดีตผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก กรมกิจการพลเรือนทหารบก กองทัพบก 2557 ศิษย์เก่าด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และนโยบาย มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ วอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา หลักสูตรเรียนร่วมคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการทหารร่วม (Joint Chiefs of Staff) กระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกา และศิษย์เก่าด้านวิทยาการข้อมูลและระเบียบวิธี มหาวิทยาลัย มิชิแกน สหรัฐอเมริกา เขียนบทความเรื่อง ชายแดนไทย–กัมพูชา: บาดแผลที่ปลุกสำนึกชาติ เปลี่ยนชายแดนเดือด เป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวใหม่ของไทย เนื้อหาระบุว่า
เมื่อเสียงข่าวทหารไทยบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดดังขึ้น ความเจ็บปวดนั้นไม่ใช่เพียงความสูญเสียของกองทัพ หากแต่คือแผลลึกในหัวใจของคนไทยทั้งชาติ เพราะ “ชายแดน” ไม่ใช่แค่เส้นแบ่งเขต แต่คือเส้นชีวิตของผู้คนบนผืนแผ่นดินไทย

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เราต้องย้อนถามตัวเองว่า “เราเห็นคุณค่าของชายแดนไทยมากพอแล้วหรือยัง?” ในฐานะอดีตผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก กรมกิจการพลเรือนทหารบก และผู้ศึกษายุทธศาสตร์ความมั่นคงจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ สหรัฐอเมริกา ผมขอพูดอย่างตรงไปตรงมาด้วยใจที่ห่วงใยประเทศและรักแผ่นดินไทยว่า…วันนี้ไทยกำลังก้าวสู่จุดตัดสำคัญด้านความมั่นคง และกำลังก้าวสู่โอกาสทางเศรษฐกิจชายแดนไทยครั้งใหม่ หากเรามองให้ลึกพอ
1. ความมั่นคง: เมื่อไทยไม่อาจรอให้ใครมาปกป้องเราแทน
ทุ่นระเบิดที่ฝังลึกใต้ดิน ไม่ได้เลือกเหยื่อ มันทำร้ายได้ทั้งทหารและประชาชน และเมื่อฝ่ายกัมพูชาไม่ตอบรับการเก็บกู้ร่วมประเทศไทยก็ไม่อาจรอ โดยท่าน รมว.กลาโหม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ กล่าวชัดเจนว่า “เราต้องทำเอง เพราะเราได้สูญเสียไปถึง 7 ขาแล้ว” นั่นคือภาษาของคนที่ยืนอยู่แนวหน้า และคือสัญญาณเตือนให้คนไทยทั้งชาติรู้ว่า ความมั่นคง คือหน้าที่ของเราเอง
2. เศรษฐกิจชายแดน: วิกฤติครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวครั้งใหญ่
แน่นอน…การปิดด่านย่อมส่งผลต่อการค้า แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันทำให้เรามองเศรษฐกิจชายแดนใหม่ แทนที่จะปล่อยให้เงินไหลออก นี่คือเวลาที่เงินควร “หมุนกลับเข้าไทย 100%” ผมเชื่อว่า พื้นที่ชายแดนจะกลายเป็นเส้นเลือดเศรษฐกิจเส้นใหม่ของไทย หากเรากล้าสร้างมันขึ้นมา
3. เปลี่ยนพื้นที่เสี่ยงเป็นแลนด์มาร์กแห่งชาติ: แผลเป็นของแผ่นดิน คือพลังให้คนรุ่นใหม่รักชาติลึกขึ้น
ความเจ็บปวดของทหารไทยในพื้นที่รบควรถูกทำให้ “คนทั้งชาติได้เห็น” ไม่ใช่เพื่อซ้ำเติม แต่เพื่อเรียนรู้ และเพื่อยืนเคียงข้างพวกเขา ผมขอเสนอให้รัฐบาลประกาศโครงการระดับชาติ: Border Tourism 2025 — เที่ยวชายแดนไทย เพื่อเศรษฐกิจไทย 2025 เสนอแผนใหญ่ เปลี่ยนชายแดนเดือด เป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวใหม่ของไทย
- จุดที่ทหารไทยถูกโจมตี → พัฒนาเป็น อนุสรณ์สถานแห่งเกียรติยศ
- พื้นที่ปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิด → ทำเป็น พิพิธภัณฑ์ยืนหยัดของแผ่นดิน
- ช่องเขาและเขตหมู่บ้านแนวหน้า → พัฒนาเป็น หมู่บ้านทหารกล้า
- ถนน–ตลาด–ที่พัก → ปรับเป็น เส้นทางท่องเที่ยวเศรษฐกิจใหม่
ภาพที่ผมอยากเห็นคือ…คนไทยจากเชียงใหม่–ยะลา–สุราษฎร์–ศรีสะเกษ มุ่งหน้าไปเที่ยวชายแดนร่วมกัน ถ่ายรูปตรงจุดที่ทหารไทยเคยถูกโจมตียืนมองพื้นดิน แล้วรู้สึกว่า “ที่นี่…คือผืนดินที่คนไทยยืนหยัดเลือดเนื้อเพื่อปกป้อง” นี่คือพลังที่สร้างความรักชาติในหัวใจคนไทยทุกวัย รวมถึง Gen Z ที่รักความจริง ความยุติธรรม และความหมายของการมีอยู่
4. ชายแดนไทยจะไม่ใช่พื้นที่เงียบอีกต่อไป แต่จะเป็นพื้นที่ที่คนไทยทั้งประเทศอยากไปเยือน
ถ้าเราเปลี่ยนวิกฤติครั้งนี้ให้เป็นโอกาสชายแดนไทยจะไม่ใช่พื้นที่ถูกลืม แต่จะกลายเป็น “พื้นที่ที่คนไทยอยากไปที่สุด” ทั้งเรียนรู้ ทั้งท่องเที่ยว ทั้งสนับสนุนเศรษฐกิจไทย และเมื่อคนไทยไปเยือนชายแดน ใช้เงิน ซื้อของ ทานอาหาร พักที่โฮมสเตย์ เศรษฐกิจชายแดนจะกลับมาคึกคักทันที
กล่าวโดยสรุป เหตุการณ์ที่ชายแดนวันนี้ ไม่ใช่เป็นแต่ข่าวร้าย แต่เป็นโอกาสให้เรา ฟื้นฟูเศรษฐกิจ – สร้างความรักชาติ – และรวมใจไทยทั้งประเทศ ผมเชื่อว่า…ความแข็งแกร่งของชาติ ไม่ได้เริ่มจากกองทัพ แต่เริ่มจากคนไทยทุกคนที่ยืนอยู่เคียงข้างกัน ชายแดนไทย คือจุดที่เราต้องยืน เพื่อปกป้องอดีต เพื่อพิทักษ์ปัจจุบัน และเพื่อส่งต่ออนาคตให้ลูกหลานไทย ผมเชื่อในประเทศไทย และผมเชื่อในพลังคนไทยทุกคน ที่จะเปลี่ยนเส้นชายแดน ให้เป็นเส้นทางแห่งความหวังของชาติได้อีกครั้ง
ท่านใดเห็นด้วยหรือไม่กับมาตรการนี้ สามารถแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์เชิงนโยบายของประเทศได้ ผ่านทางแบบสอบถามตาม ลิงก์แนบนี้ https://www.research.net/r/Border-Tourism-2025



