เมื่อวันที่ 18 พ.ย.68 นายชัยรัตน์ แสงจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) กิจการร่วมค้า ฟิวร์เจอร์สกาย เปิดเผยถึงความสำเร็จของโครงการ Outsourcing Service ซึ่งเป็นให้บริการลงทะเบียนคนต่างด้าว ที่ต้องการเข้ามาทำงาน และ/หรือ ต้องการต่ออายุใบอนุญาตทำงานในประเทศไทย ผ่านระบบ e-Work Permit ของกระทรวงแรงงาน ว่า หลังจากเปิดให้บริการครบ 1 เดือน คือ ตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.-14 พ.ย.68 ปรากฏว่า ระบบ e-work permit สามารถรับลงทะเบียนแรงงานต่างด้าว ได้มากถึง 220,769 ราย 

แบ่งเป็นการลงทะเบียนของกลุ่มต่าง ๆ คือ คนต่างด้าว(แรงงานต่างด้าว) 120,269 ราย นายจ้าง 81,551 ราย บริษัทนำเข้าแรงงานต่างด้าว (บน.จ.) 331 ราย  ผู้ดำเนินการแทน 17,619 ราย  หน่วยงานรัฐและมูลนิธิ 999 ราย  นอกจากนี้ ยังมีคนต่างด้าว (แรงงานต่างด้าว) ที่แจ้งเข้าระบบ e-work permit โดยอัตโนมัติอีก 2,102,570 ราย  ทำให้ข้อมูลของแรงงานต่างด้าว ที่อยู่ในระบบ e-work permit ของกระทรวงแรงงาน มีมากถึง 2,323,339 ราย

“เราเปิดให้บริการ e-Work Permit ครบ 1 เดือน  ผลตอบรับของระบบในเบื้องต้นถือว่า บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ส่วนผู้ใช้บริการในแต่ละวันมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ  จึงมีความมั่นใจมากขึ้นว่า ระบบ e-Work Permit สามารถตอบสนองต่อผู้ใช้ได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

นายชัยรัตน์กล่าวอีกว่า กรณีที่มีผู้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับระบบ e-Work Permit ตามโครงการ Outsourcing Service ไปก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะในเรื่องของงบประมาณในการจัดทำโครงการ รวมถึงความไม่มั่นใจระบบ โดยกังวลว่าอาจจะมีมิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาใช้ระบบ e-Work Permit ขอชี้แจงว่า เงินที่นำมาจัดทำโครงการนี้ ทราบว่า มาจากกองทุนเพื่อการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว หรือเงินที่เก็บจากแรงงานต่างด้าวเป็นค่าธรรมเนียมในการขออนุญาตทำงานในประเทศไทย

ขณะที่โครงการนี้ถูกกำหนดให้เอกชน ซึ่งก็คือ กิจการร่วมค้า ฟิวร์เจอร์สกาย ต้องเป็นผู้ลงทุนจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ สถานที่ บุคลลากร และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ รวมถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมดไปก่อน โดยจะได้รับค่าจ้าง ตามปริมาณใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวที่ผลิตเสร็จ เป็นรายฉบับๆ 520 บาท ซึ่งกระทรวงแรงงาน กำหนดจ่ายเป็นงวดรายเดือน รวมไม่เกิน 120 งวด

ส่วนข้อกังวลที่ว่า ระบบ e-Work Permit อาจมีช่องโหว่ ให้มิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาใช้ระบบในการออกใบอนุญาตทำงานในประเทศไทยได้นั้น ขอชี้แจงว่า e-Work Permit เป็นระบบที่ต้องมีการเก็บอัตลักษณ์บุคคล หรือต้องทำ Bio metric แรงงานต่างด้าว เช่น สแกนใบหน้า สแกนม่านตา รวมทั้งการต้องพิมพ์ลายนิ้วมือ ทั้ง 10 นิ้ว ก่อนจะมีการตรวจความถูกถ้วนของเอกสาร เพื่อเข้าสู่กระบวนการออกใบอนุญาตทำงานต่อไป ทั้งนี้เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ หรือเปลี่ยนตัวบุคคล นอกจากนี้ e-Work Permit ยังเป็นระบบที่ช่วยป้องกันการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง รวมทั้งยังเป็นระบบที่ไม่สามารถทำการทุจริตได้อีกด้วย

สำหรับ e-Work Permit ถูกออกแบบมาให้เป็นระบบที่โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน ดังนั้นหากผู้ใดมีข้อสงสัย สามารถติดต่อไปยังศูนย์บริการใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว ที่มีอยู่ 40 แห่งทั่วประเทศ คือ ในกรุงเทพฯ 7 แห่ง ต่างจังหวัด 33 แห่ง รวมทั้งศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้าง (ศูนย์ชายแดน) อีก 5 แห่ง ตลอดจนรถโมบาย ซึ่งเป็นหน่วยบริการเคลื่อนที่อีก 8 หน่วย พร้อมเดินทางไปให้บริการทั่วประเทศ