เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร  กรมอนามัยจัดงานรณรงค์วันส้วมโลก ประจำปี 2568 (World Toilet Day 2025) “Sanitation in a changing world : ส้วม HAS ยุคใหม่ ก้าวทันโลกที่เปลี่ยนไป สู่สุขอนามัยยั่งยืน  เพื่อกระตุ้นเตือนให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของการจัดการส้วมและสุขาภิบาล ภายใต้สถานการณ์ของโลก ไม่ว่าจะเป็นความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึง การมีส้วมที่รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น น้ำท่วม ภัยพิบัติ ที่กระทบต่อส้วมและระบบสุขาภิบาล ที่สำคัญต้องมีการจัดการสิ่งปฏิกูลจากส้วมอย่างถูกต้องด้วย เพราะไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร เรายังต้องมีส้วมที่สะอาด ปลอดภัย เข้าถึงได้ สำหรับทุกคน เพื่อสุขอนามัยที่ดีอย่างยั่งยืน

โดยปี 2568 มี 13 แห่งได้รับรางวัลระดับประเทศ สุดยอดสวมแห่งปี  จากกรมอนามัย ประกอบด้วย 1.วัดขจรรังสรรค์ จ.ภูเก็ต 2.ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 3.รพ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ 4.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บ้านเกศกาสร จ.กำแพงเพชร 5.องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ จ.ปทุมธานี 6.สำนักงานที่ดิน จ.สมุทรสงคราม 7.สถานีบริการน้ำมัน บริษัทสมศักดิ์แกลง 1983 จำกัด จ.ระยอง 8.อุทยานแห่งชาติภูเวียง จ.ขอนแก่น 9.พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ (พระธรรมวิสุทธิมงคล หลวงตามหาบัว ญาณสัมปัญโน) จ.อุดรธานี 10.สำนักงานขนส่ง จ.สุรินทร์ สาขา อ.รัตนบุรี 11.สถานีบริการน้ำมันดีเยี่ยมบางจาก บริษัท ดีเยี่ยมอุบล คนรักดี จำกัด จ.อุบลราชธานี 12.ศูนย์การค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ จ.สงขลา และ 13.สถานีบริการน้ำมัน PTT สเตชั่น สาขาพระราม 2 48  กรุงเทพฯ

นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ตระหนักดีว่า ส้วมและระบบสุขาภิบาลเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐาน การดูแลให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงส้วมที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของความสะดวกสบาย แต่คือสิทธิขั้นพื้นฐานในการปกป้องสุขภาพ การพัฒนาคุณภาพชีวิต และโอกาสของคนทุกคนอย่างเท่าเทียม การพัฒนาส้วมสาธารณะจึงเป็นเรื่องสำคัญ แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีผลการดำเนินงานก้าวหน้าไปมาก แต่ยังคงต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องและครอบคลุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งส้วมในศาสนสถาน สถานศึกษา โรงพยาบาล ซึ่งมีกลุ่มคนที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วย

สำหรับนโยบาย ส้วมสะอาด สุขาภิบาลปลอดภัย สุขอนามัยยั่งยืน ในปี 2573 ประกอบด้วย  1.แผนปฏิบัติการระดับประเทศ จัดทำและขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการการจัดการสิ่งปฏิกูลของประเทศ  ประเทศไทยมีระบบการจัดการสิ่งปฏิกูลที่ปลอดภัย ครอบคลุม และยั่งยืน 2.ความครอบคลุม เพิ่มความครอบคลุมส้วม สำหรับ ทุกที่ ทุกคน ทุกวัย ทุกสถานการณ์ สถานที่สาธารณะ 12 ประเภท ได้มาตรฐานส้วม HAS 85%  ส้วมและสิ่งปฏิกูลได้รับการจัดการอย่างปลอดภัย และเหมาะสม ทั้งในภาวะปกติและภัยพิบัติ 3.กลุ่มเปราะบาง  ดูแลกลุ่มเปราะบาง นักเรียน ผู้สูงอายุ เข้าถึงส้วมและสุขาภิบาลปลอดภัย โบสถ์ วัด มัสยิด ได้มาตรฐานส้วม HAS 50%, รร.สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)/ รร.โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ได้มาตรฐานส้วม HAS 50%, อุทยานแห่งชาติ ได้มาตรฐานส้วม HAS 85% และ 4.เทคโนโลยีและกฎหมาย ใช้เทคโนโลยีและกฎหมายสาธารณสุข กำกับติดตาม การจัดการส้วมและสิ่งปฏิกูล, พัฒนาเทคโนโลยีค้นหาส้วมสาธารณะ Happy Toilet ใกล้ฉัน, พัฒนาระบบกำกับติดตาม การเก็บ ขน กำจัดสิ่งปฏิกูล รูปแบบเทคโนโลยีดิจิทัล

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ปัจจุบันครัวเรือนไทยมีส้วมครอบคลุมกว่า 99.8% ยังเข้าไม่ถึง 0.2%  ส่วนส้วมสาธารณะยังต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ให้ได้มาตรฐานสะอาด เพียงพอ ปลอดภัย โดยกรมฯ มุ่งพัฒนาในแหล่งท่องเที่ยว ตลาด ร้านอาหาร สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง สถานีขนส่ง ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถานศึกษา สถานที่ราชการ ศาสนสถาน สวนสาธารณะ และส้วมริมทาง ทั้งนี้ปี 2567-2568 จากการประเมินส้วมสาธารณะมากกว่า 14,000 แห่ง พบที่ได้มาตรฐาน HAS จำนวนมาก ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า สถานีบริการน้ำมัน เชื้อเพลิง ส่วนส้วมศาสนสถาน และสถานศึกษา ยังมีข้อจำกัดและต้องได้รับการพัฒนาให้ครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น.