ภายหลัง ‘อดีตนายกฯ แม้ว’ ทักษิณ ชินวัตร ได้รับการพักโทษ สิ่งแรกที่เจ้าตัวจะทำคือไปตรวจร่างกาย และขอพักผ่อนยาว โดยไม่ได้พูดถึงเรื่องการเมือง ‘เลขาฯ นก’ ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ตอบผู้สื่อข่าว ว่า อดีตนายกฯ แม้ว ออกมาจากเรือนจำจะมีผลกระทบกับการเมืองหรือไม่ ว่า ไม่ทราบ ตนไม่ได้คิดว่าจะมีหรือไม่มีอย่างไร แต่เดี๋ยวคอยติดตามดู  ตอนนี้นายกฯ รวมถึงเสถียรภาพของรัฐบาลค่อนข้างเข้มแข็ง ไม่คิดว่าไม่มีอะไรจะให้กระทบได้ง่าย  แต่ถึงอย่างไรเราก็จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

“ท่านมีความคิดอะไรก็ตอบแทนไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม เราเดินตามสิ่งที่อยู่ภายใต้กฎหมาย และทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ประชาชน และจะยืนหยัดแบบนี้ต่อไป” 

เรื่องใหญ่ในแวดวงแรงงาน กองบริหารแรงงานไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ได้ออกเอกสารว่า ขณะนี้มีการตัดสิทธิแรงงานไทยไปทำงานภาคเกษตร/ภาคประมงตามฤดูกาลที่มาจาก MOU (E8) ที่มาจาก 4 จังหวัดประกอบด้วย ขอนแก่น อุดรธานี ชัยภูมิ และมหาสารคาม เนื่องจากมีรายงานบางส่วนที่หลบหนีนายจ้างได้ส่งผลให้หน่วยงานของสาธารณรัฐเกาหลีดำเนินมาตรการขึ้นบัญชี (Blacklist) ต่อแรงงานไทยทั้ง 4 จังหวัดเป็นระยะเวลา 1 ปีระหว่างวันที่ 1 ม.ค. 2569 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2569

การกระทำดังกล่าว อาจนำไปสู่การพิจารณาปรับลดโควตาการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานที่สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งกระทบต่อโอกาสของแรงงานไทยทั้งประเทศ  โดยแหล่งข่าวจากกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า แรงงานจากจังหวัดอื่นๆ ก็ยังไปได้ตามปกติ ไม่มีการจำกัด หรือลดโควตาลงแต่อย่างใด แต่เขาไม่รับ 4 จังหวัด

จากกรณีฝ่ายค้านปูด มี “อาม่า” ไปกว้านซื้อที่ดินที่บริเวณทำโครงการแลนด์บริดจ์ ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นบริษัทอาม่า มารีน จำกัด (มหาชน ) ที่มีนายพิศาล รัชกิจประการ เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) เรื่องนี้ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม ตอบสื่อว่า ไม่รู้เรื่อง ส่วนซีอีโอเป็นน้องชาย (นายพิศาล รัชกิจประการ) แต่ไม่เกี่ยวอะไรด้วย “เขาออกมาแถลงแล้วใช่มั้ยว่าเขาไม่ได้เกี่ยว และไม่ได้มีที่สักแปลง ดังนั้นว่าง ๆ ก็โทรศัพท์ถามเขานะ  ผมไม่ค่อยอยากจะคุยเรื่องนี้ คุยไปเดี๋ยวเข้าตัวอีก”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิศาล รัชกิจประการ ชี้แจงว่า บริษัทไม่ได้ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และไม่มีนโยบายกว้านซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไรจากโครงการภาครัฐแต่อย่างใด โดยเฉพาะกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าบริษัทเข้าไปซื้อที่ดินกว่า 500 ไร่เพื่อรองรับโครงการแลนด์บริดจ์นั้นไม่เป็นความจริง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันบริษัทไม่เคยเข้าไปซื้อที่ดินในจังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร หรือพื้นที่ใดในภาคใต้

ในการประชุมวุฒิสภา พิจารณารายงานเรื่องการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่ง กมธ.คมนาคม พิจารณาเสร็จแล้ว นายประพันธ์ โลหะวิริยศิริ สว. อนุ กมธ.นโยบายด้านการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี เสนอรายงานการศึกษา ว่า การจะทำแลนด์บริดจ์หัวใจสำคัญหรือ 80% ของสินค้าที่มาใช้เป็นสินค้าถ่ายลำ แต่ข้อจำกัดและอุปสรรคในเชิงโครงสร้างทางกฎหมายที่ซับซ้อน มีผลทำให้การถ่ายลำผ่านแดนในประเทศไทยน้อยมาก มีเพียงไม่ถึง 1% ของปริมาณการขนถ่ายคอนเทนเนอร์ที่แหลมฉบัง ในขณะที่สิงคโปร์อยู่ที่ 80%   

ที่สำคัญหากยังไม่มีโครงการและผู้ร่วมทุนที่ชัดเจน การเวนคืนที่ดินก็ไม่ควรกระทำเพราะจะก่อให้เกิดความขัดแย้งกับชุมชน และก่อให้เกิดภาระทางการคลังในการเยียวยา ที่นำเสนอว่าเรื่องต้นทุนทั้งหลายเป็นของเอกชน ทั้งการเวนคืนที่ดิน และการเยียวยา เป็นต้นทุนของโครงการด้วยหรือไม่ ก็ไม่มีการตอบอย่างชัดเจน ผลการศึกษาไม่ได้บ่งถึงความพร้อม และมีจุดบกพร่องอยู่หลายเรื่อง ยังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนเมื่อทำโครงการนี้ ทำให้ฐานโลจิสติกส์ภาคกลางย้ายมาอยู่มหาสมุทรอินเดีย ต้นทุนจะถูกลงจริงหรือไม่    

สำหรับการเข้าชื่อสมาชิกรัฐสภายื่นให้ประธานสภาพิจารณาส่งศาลฎีกา ตั้งคณะกรรมการไต่สวน ป.ป.ช. กรณีตีตกข้อร้องเรียน ‘รมต.โอ๋’ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน ‘สส.ไอติม’ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า ขณะนี้รายชื่อยื่นประธานสภา อิงตามมติพรรคคือครบแล้วคือ พรรคประชาชน 119 เสียง ประชาธิปัตย์ 20 กว่าเสียง ไทยภักดี 1 เสียง และเสรีรวมไทย 1 เสียง และ สว.ประมาณ 10 คน จะยกร่างคำร้องให้เสร็จภายในสิ้นเดือน พ.ค.นี้  

มีเรื่องตั้งข้อสังเกตคือ จากคำร้องของ ‘สส.เอิร์ธ’ ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ปชน. และ สส.หลายคนยื่นต่อ ป.ป.ช.นั้น ทาง ป.ป.ช.พิจารณาครบทุกข้อกล่าวหาหรือไม่ ผู้ร้องไม่เคยได้รับการสื่อสารติดต่อกลับจาก ป.ป.ช.เลย ทราบพร้อมประชาชนว่ามีการยกคำร้องไปแล้ว ก่อน ป.ป.ช.จะยกคำร้อง ได้ไต่สวนผู้เกี่ยวข้องกับคดีจริงหรือไม่ สงสัยว่า ป.ป.ช.อาจไม่ได้ดำเนินการไต่สวนเลย

เมื่อดู พ.ร.ป. ป.ป.ช. หากไม่ไต่สวน คาดว่า ป.ป.ช.น่าจะใช้ช่องของมาตรา 49 ในการปัดตก แต่ก็มีพิรุธอีก เพราะมาตราดังกล่าว ยังระบุต่อในวรรคหนึ่ง ว่า หากสมมุติ ป.ป.ช.มีการตรวจสอบเบื้องต้นและมีคำสั่งไม่รับเรื่องไว้พิจารณา ต้องมีหนังสือแจ้งผู้กล่าวหาให้ทราบ คือต้องแจ้งนายปกรณ์วุฒิ แต่เขายังไม่เคยได้รับการสื่อสารจาก ป.ป.ช.เลย ขอให้ ป.ป.ช.ชี้แจงว่าได้ไต่สวนผู้เกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่ หากไม่ไต่สวนเป็นเพราะอะไร นี่คือเสี้ยวเดียวของความไม่ปกติที่เราค้นพบ

เรื่องชายแดนไทย-เขมร ก็ไม่จบง่ายๆ ‘รมต.อ้วน’ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรมว.การต่างประเทศ ยืนยันการเจรจาเส้นเขตแดนทางทะเล ใช้กรอบของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)  MOU44 เราก็ยกเลิกไปแล้ว “กัมพูชาไปขึ้นทะเบียน MOU 2544 เพื่อบันทึกเป็นหลักฐานว่าเส้นเขตแดนที่กัมพูชาลากผ่านเกาะกูด จ.ตราด ของไทยไม่ได้  ไม่ทราบว่าเขาไปแอบขึ้นทะเบียนอะไรอย่างไร รู้เพียงอย่างเดียวว่าจะคุยกันภายใต้กฎหมาย UNCLOS และหากลากเส้นจะรู้เลยว่า เกาะกูดเป็นของไทยอยู่แล้ว” 

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่า  พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2567 มาตรา 27 และมาตรา 45 ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคหนึ่ง และมาตรา 31 ทั้งนี้คำวินิจฉัยดังกล่าวสืบเนื่องจากศาลแขวงสมุทรปราการส่งคำโต้แย้งของ ‘แฟรงค์’ เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักกิจกรรม และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง จำเลยในคดีหมายเลขดำที่ อ.3118/2568 ซึ่งถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาหลีกเลี่ยงเกณฑ์ทหารตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 45

เมื่อ 5 เม.ย. 2567 นายเนติวิทย์ เดินทางไปยังสถานที่ ณ สถานที่ตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการ เมื่อ 5 เม.ย. 2567 ที่เทศบาลบางปู จ.สมุทรปราการ และได้อ่านแถลงการณ์อารยะขัดขืน ไม่เข้าร่วมการบังคับเกณฑ์ทหาร เนื่องจากเห็นว่าขัดกับหลักสิทธิมนุษยชน เป็นระบบที่เหลื่อมล้ำหลายมาตรฐานไม่ได้ทำให้เกิดความเสมอภาคของพลเมือง ประชาชนชาวไทยทุกคนควรมีสิทธิเสรีภาพที่จะเลือกได้ว่าจะเข้ารับราชการทหารหรือไม่โดยไม่ถูกบังคับ

ศาลแขวงสมุทรปราการได้สืบพยานเสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2568 และเนติวิทย์ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลแขวงสมุทรปราการในวันดังกล่าวขอให้ส่งคำร้องถึงศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยก่อน มาตรา 45 พ.ร.บ.รับราชการทหาร หากหลีกเลี่ยงไม่มาให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการตรวจเลือก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกฎหมายเกณฑ์ทหารไม่ขัดรัฐธรรมนูญ นักอารยะขัดขืนทั้งเนติวิทย์และคนอื่นจะทำอย่างไรต่อไป ?  

ปิดท้ายด้วยรายงานข่าวแจ้งว่า บุคคลที่เป็นที่จับตาว่า จะเป็นแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคประชาธิปัตย์ ขณะนี้ถูกมองไว้สองคน ที่เดินทางมาร่วมงาน AI Demo Day: Bangkok Build Ai ที่โกดัง 5 โรงงานยาสูบ กรุงเทพมหานคร คือ ‘เจมส์’ อนุชา บูรพชัยศรี ที่เคยเป็นอดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้ลาออกแล้ว และ ‘ดร.อ๋อง’ พิเชษฐ์ ฤกษ์ปรีชา ที่ปรึกษาฝ่ายบริหาร LINE Plu เคยเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย  อย่างไรก็ตาม ‘หัวหน้ามาร์ค’ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ให้รอเปิดตัวเป็นทางการวันที่ 16 พ.ค.นี้

“ทีมข่าวการเมือง”