เมื่อเวลา 18.20 น. วันที่ 6 มิ.ย.ที่หอประชุมกองทัพเรือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา เป็นประธานงาน ” มหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลกครั้งที่ 15″ โดยมีน.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงฯ นายกสมาคมส่งเสริมผ้าใหม่และวัฒนธรรมไทย ตัวแทนจากภาครัฐเอกชนสถาบันการศึกษาต่างๆ เข้าร่วมด้วย

โดยนายกฯได้เดินเยี่ยมชมนิทรรศการ ก่อนกล่าวเปิดงานว่า  ปีนี้ถือว่าเป็นปีทองของผ้าไหมไทยเพราะเป็นปีที่เราเริ่มเห็นกระแสนิยม ของผ้าไหมไทยก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจนอีกครั้ง จากคนรุ่นใหม่นับตั้งแต่มีงานพระราชดำริใส่ผ้าไทยอย่างไรให้สนุกและผ้าไทยก็ได้สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ที่กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส  ในงานนิทรรศการภายใต้พระอุปถัมภ์ “ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté: Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงเป็นประธานในงานเฉลิมฉลอง เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและฝรั่งเศส ซึ่งถือว่าเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ได้รับการกล่าวขานชื่นชมจากนานาชาติเสมอมา ตนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งว่าปีนี้ได้มาเปิดงาน “มหกรรมผ้าไหมไทย สู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 15” ซึ่งงานนี้ตัดขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระราชินี ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 4 รอบ (48 พรรษา) เมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา 

นายกฯกล่าวอีกว่า พระองค์ท่านเป็นผู้ที่มีบทบาทในการส่งเสริมสนับสนุนเผยแพร่ความงดงามของผ้าไหมไทย และงานนี้จะเป็นอีกครั้งหนึ่งในการตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของผ้าไหมไทย ในการสร้างแรงบันดาลใจให้ศิลปินรุ่นใหม่ ได้สร้างสรรค์งานผ้าไทย เป็นการสืบสานและต่อยอดอย่างยิ่งใหญ่ของวัฒนธรรมไทยและชุดไทยต่อไป ผ้าไหมไทยถือเป็นสัญลักษณ์ อัตลักษณ์สำคัญและมรดกทางภูมิปัญญาอันล้ำค่าของประเทศไทยที่สะท้อนถึงความประณีต วิจิตรและเทคนิคชั้นสูงที่มีการถ่ายทอดรุ่นสู่รุ่น ซึ่งผ้าไหมไทยเป็นสิ่งที่บอกเล่าเรื่องราว วิถีชีวิต ความเชื่อภูมิปัญญา และศิลปะเฉพาะถิ่นผ่านลวดลายสีสันและเทคนิคการทอที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาคของประเทศ ก่อให้เกิดมูลค่าทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และภาพลักษณ์ของประเทศไทยเป็นอย่างมาก ผ้าไหมไทยจึงมีสถานะเหมือนทูตทางวัฒนธรรมในการเผยแพร่ภูมิปัญญาไทยไปสู่สายตาชาวโลก

นายกฯ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการส่งเสริมผ้าไหมไทยในทุกมิติ และเชื่อว่าความสำเร็จในการสืบสานและการเผยแพร่ผ้าไหมไทย จะเกิดขึ้นได้จากการร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นช่างทอผ้า นักออกแบบจากสถาบันการศึกษา เยาวชนรวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และเครือข่ายนานาชาติที่มีบทบาทเกี่ยวกับผ้าไหมไทย เพื่อให้ผ้าไหมไทยเป็นที่รู้จัก เป็นมรดกของชาติ วัฒนธรรม เศรษฐกิจและเป็นสื่อกลางของมิตรภาพระหว่างประเทศ  โอกาสนี้เป็นขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล และขอขอบคุณคณะทำงานจากหน่วยงานต่างๆที่ได้ร่วมการจัดงานด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานนางธนนนท์ ภริยาได้ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ในชุดผ้าไทยด้วย