สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ว่า ทีมนักวิจัยนานาชาติ ตอบโต้คำวิจารณ์ต่อการศึกษาเกี่ยวกับยูพีเอฟ โดยระบุว่า ความพยายามในการ “สร้างความสงสัยทางวิทยาศาสตร์” ในประเด็นนี้ มีความคล้ายคลึงกับกลยุทธ์ที่อุตสาหกรรมยาสูบใช้
แม้วงการวิทยาศาสตร์มีการถกเถียงอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับยูพีเอฟ โดยผู้สันทัดกรณีด้านสุขภาพและโภชนาการบางคน แสดงความกังวลว่า อาหารแปรรูปขั้นสูงมีคำจำกัดความที่คลุมเครือ และจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม นักวิจัยชั้นนำด้านยูเอฟพี โต้แย้งในวารสารการแพทย์ “แลนเซต” ว่าอาหารเหล่านี้เป็นอันตรายร้ายแรงเกินกว่าที่จะรอต่อไป และเรียกร้องให้มีการดำเนินการ
ในรายงานฉบับแรก จากทั้งหมด 3 ฉบับ ทีมนักวิจัยตรวจสอบงานศึกษาก่อนหน้านี้ 104 ชิ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การรับประทานอาหารแปรรูปขั้นสูงปริมาณมาก เชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นของโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
ส่วนรายงานฉบับที่สอง เผยให้เห็นว่า การบริโภคยูพีเอฟเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก และคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของปริมาณแคลอรีทั้งหมดที่บริโภคในสหรัฐ ออสเตรเลีย และสหราชอาณาจักร
ขณะที่รายงานฉบับที่สาม กล่าวโทษบริษัทขนาดใหญ่จำนวนหนึ่ง ว่าเป็นผู้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคอาหารทั่วโลก ในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา โดยใช้การตลาดเชิงรุก เพื่อขายผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัตถุดิบราคาถูก และกระบวนการทางอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ ผู้เขียนงานวิจัยยังเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ออกคำเตือนบนฉลากบรรจุภัณฑ์ จำกัดการตลาด โดยเฉพาะโฆษณาที่มุ่งเป้าไปยังเด็ก และจัดเก็บภาษีอาหารแปรรูปขั้นสูงบางประเภท โดยนำเงินส่วนนี้ไปใช้เพื่อปรับราคาอาหารสด เพื่อทำให้ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยสามารถซื้อได้.
เครดิตภาพ : AFP



