เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังจากที่ เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท แม้มีการปรับลดการระบายน้ำลง แต่เป็นการปรับลดลงทีละน้อย จากอัตรา 2,688 ลบ.ม./วินาที เหลือ 2,637 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย ยังคงท่วมสูง แพร่กระจายไปยังอำเภอต่างๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ส่งผลให้ตอนนี้ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม 12 อำเภอ 144 ตำบล 931 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนสูงถึง 63,781 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 20 ราย ได้แก่ อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอบางไทร และอำเภอพระนครศรีอยุธยา 12 อำเภอที่ยังได้รับผลกระทบน้ำท่วมสูง ได้แก่ อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอบางไทร อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน อำเภอบางปะหัน อำเภอบางซ้าย อำเภอบ้านแพรก อำเภอลาดบัวหลวง อำเภอมหาราช และที่เพิ่มล่าสุด ได้แก่ อำเภอนครหลวง

ทั้งนี้ มวลน้ำมหาศาลจากการระบายของประตูระบายน้ำ แพร่กระจายไปทั่ว ทำให้ตอนนี้น้ำท่วมบ้านเรือนประชาชน ทั้งริมแม่น้ำ ริมถนน รวมถึงในทุ่งนา ในพื้นที่ตำบลเทพมงคล อำเภอบางซ้าย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นวงกว้าง โดยมวลน้ำจำนวนมาก ส่งผลให้ชาวบ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า น้ำท่วมปีนี้อาจจะอยู่กันไปจนถึงต้นปี 2569 กันเลยทีเดียว

นายชูเกรียติ บุญมี นายกเทศมนตรีตำบลบางบาล กล่าวว่า พื้นที่ของเทศบาลตำบลบางบาล เรามี 41 หมู่บ้าน น้ำท่วมทั้งหมด 1 ปี ชาวบ้านเสียโอกาสในการหายรายได้ไปแล้ว 4 เดือน เพราะพื้นที่ถูกน้ำท่วม ชาวบ้านพยายามปรับการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะทางการเกษตร หาพืชผักผลไม้ ปลูกเพื่อหารายได้ หลบหลีกการถูกน้ำท่วม แต่มาเจอปัญหาน้ำท่วมสูงยาวนาน 4 เดือน อยากให้รัฐบาล และหน่วยงานที่รับผิดชอบ การบริหารจัดการน้ำ ทบทวนการทำงาน เพราะระบบของกรมชลประทาน มีประตูรระบายน้ำมากมายที่จะผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปริมาณมากเข้าไปตามคลองสาขาต่างๆ ไม่ใช่พอน้ำมาเยอะจนรับไม่ไหว แล้วค่อยเข้าไปในทุ่งในคลองสาขาต่างๆ ไม่มีประโยชน์อะไร ชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมไม่ได้ต่อต้านเรื่องการถูกน้ำท่วม เรารู้อยู่แล้วว่าเราอยู่ริมแม่น้ำต้องถูกน้ำท่วม แต่เราไม่ชินกับน้ำท่วมที่สูงเพิ่มขึ้น บันทึกสถิตกันไปเรื่อยๆ จากอดีตถึงปัจจุบันน้ำท่วมสูง ไม่ได้นำมาแก้ไขเลยว่า ถ้าน้ำมากขนาดนี้จะแก้ไขยังไง กลับให้ปัญหามันเกิดซ้ำซากทวีความรุนแรง.