สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ว่า ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร ยกเลิกภาษีนำเข้า 40% สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารหลายรายการที่ส่งออกมาจากบราซิล ซึ่งรวมถึงเนื้อวัว กาแฟ โกโก้ ผลไม้ และน้ำผลไม้ รวมถึง น้ำส้มคั้น
เนื้อหาในแถลงการณ์ของทำเนียบขาวระบุด้วยว่า มาตรการดังกล่าวมีผลย้อนหลังถึงวันที่ 13 พ.ย. ที่ผ่านมา จึงหมายความว่า อาจต้องมีการคืนอากรที่จัดเก็บสำหรับสินค้าเหล่านั้นขณะที่ยังมีภาษีเรียกเก็บอยู่
ปัจจุบัน บราซิลปกติเป็นผู้จัดหากาแฟหนึ่งในสามของปริมาณที่ใช้ในสหรัฐ ซึ่งเป็นประเทศที่ดื่มกาแฟมากที่สุดในโลก และเมื่อไม่นานมานี้ บราซิลยังขึ้นแท่นเป็นประเทศผู้จัดหาเนื้อวัวรายสำคัญให้กับสหรัฐ โดยเฉพาะเนื้อที่ใช้ทำเบอร์เกอร์
President Trump is expanding tariff breaks for Brazilian food products, widening the scope of relief from import taxes amid growing US voter dissatisfaction over the cost of living https://t.co/iw9V3zMzYI
— Bloomberg (@business) November 20, 2025
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของทำเนียบขาวเกิดขึ้น หลังทรัมป์มีคำสั่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ให้ยกเว้นการเก็บภาษีสินค้าเกษตรมากกว่า 200 รายการ ครอบคลุมผลไม้และผักที่ไม่สามารถปลูกได้เองในสหรัฐ เพื่อบรรเทาวิกฤติค่าครองชีพให้กับประชาชน ซึ่งราคาอาหารที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญ ทำให้ความนิยมของทรัมป์ลดลงสู่ระดับต่ำสุด นับตั้งแต่กลับคืนสู่อำนาจเป็นสมัยที่สอง เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม คำสั่งฝ่ายบริหารของทรัมป์ฉบับล่าสุด ไม่ได้ระบุถึงการดำเนินการใด ต่อเจ้าหน้าที่ของบราซิลซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีและตัดสินลงโทษอดีตประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนารู ซึ่งเป็นพันธมิตรทางการเมืองกับทรัมป์ ฐานวางแผนก่อรัฐประหาร หลังพ่ายแพ้การเลือกตั้งปี 2022 แม้เรื่องนี้คือชนวนเหตุให้บราซิลเผชิญกับอัตราภาษีต่างตอบแทนสูงสุดถึง 50%.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



