มร. จาคอป เรียมเลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ประจำภูมิภาคเอเชียใต้ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท มาเลห์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ เปิดเผยว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยปัจจุบัน พบว่า เครื่องยนต์สันดาปภายในยังมีบทบาทค่อนข้างสูง และคาดว่าจะมีบทบาทต่อไปอีกระยะหนึ่ง แม้ขณะนี้รถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากจีนเริ่มแข็งแกร่งและเข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาดรถยนต์ในไทยเพิ่มมากขึ้น แต่ยังมีผู้บริโภคที่ลังเลการเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ล้วน เนื่องจากประสิทธิภาพของแบตเตอรี่, ต้นทุนที่สูง, โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่ยังไม่เพียงพอ, และความไม่สะดวกในการใช้งาน

“สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ตึงเครียด และหนี้ครัวเรือนในประเทศที่ค่อนข้างสูง สิ่งนี้สร้างแรงกดดันต่อความต้องการ ตลาดไทยจึงจำเป็นต้องฟื้นตัวจากสถานการณ์นี้เพื่อให้อุตสาหกรรมโดยรวมเติบโตและเพิ่มอุปสงค์ในตลาดรถยนต์”

ทั้งนี้ จึงเชื่อว่านวัตกรรมที่จะเป็น จุดเปลี่ยนสำคัญ (game changers) ต่อจากนี้ 3-5 ปีข้างหน้าของบริษัท คือ ระบบเปลี่ยนน้ำมันเป็นพลังงานไฟฟ้าเข้าสู่แบตเตอรี่ ถือเป็นทางออกที่เป็นไปได้มากที่สุดในขณะนี้ เพราะช่วยรองรับทั้งรถยนต์สันดาปจากญี่ปุ่น และสามารถนำไปใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าของลูกค้าชาวจีน รวมถึงเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น อี 100 สามารถมีบทบาทสำคัญในประเทศไทยได้คล้ายกับบราซิล ซึ่งผลิตจากอ้อยหรือข้าวโพด และการพัฒนาด้านเชื้อเพลิงไฟฟ้า ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสังเคราะห์ ที่พร้อมสนับสนุนเทคโนโลยีนี้ แม้ปัจจุบันยังไม่เห็นความต้องการในประเทศไทย เพราะเชื้อเพลิงชีวภาพเป็นทางออกที่ดีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงสังเคราะห์

มร. โยฮิม บาซิลกี รองประธานบริหารธุรกิจของเหลวและระบบจัดการความร้อน ภูมิภาคเอเชียตะวันออก กล่าวว่า จุดเปลี่ยนดังกล่าวนี้ จึงสอดรับกับแผนการขับเคลื่อนความยั่งยืนของบริษัทผ่านกลยุทธ์ MAHLE 2030+ หรือ การสนับสนุนการผลิตที่เป็นกลางทางคาร์บอน ที่คาดว่าตลาดในไทยจะเติบโต และธุรกิจของบริษัทก็จะเติบโตตามไปด้วย จากการเปิดกว้างทำงานร่วมกับผู้ผลิตรายอื่นๆ โดยเฉพาะผู้ผลิตชาวจีน ซึ่งอาจมีจุดเด่นด้านเทคโนโลยี ความเร็ว และวัฒนธรรมทางธุรกิจที่แตกต่างจากลูกค้าญี่ปุ่นดั้งเดิม

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย ประมาณ1ใน3 ของบริษัทยังอยู่ในเครื่องยนต์สันดาป ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีความยืดหยุ่นสูง และเชื่อว่าประเทศไทยจะเป็นฐานการผลิตสุดท้ายสำหรับเครื่องยนต์สันดาปภายใน ที่จะส่งออกไปยังตลาดในประเทศและทั่วโลก ไปพร้อมๆกับส่วนที่เป็นไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ล้วน จะเริ่มเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป