เมื่อวันที่ 22 พ.ย. กลุ่มผู้ชุมนุมที่เรียกตัวเองว่า “คณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย” นำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตแกนนำ นปช. และนายพิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท. เดินเท้าพร้อมกลุ่มมวลชน กว่า 100 คน ไปชุมนุมที่บริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการแทรกแซงจากต่างประเทศต่อสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยผู้ชุมนุมได้เดินเท้ามาจากสถานทูตมาเลเซียมายังบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา โดยมีรถเครื่องเสียง ธงชาติไทย และป้ายไวนิลขนาดใหญ่แสดงภาพของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ พร้อมข้อความ “Stop betraying ASEAN people” รวมทั้งป้ายข้อความเรียกร้องให้ “หยุดแทรกแซงประเทศไทย”
โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.น.1 สน.ลุมพินี และชุดควบคุมฝูงชน ได้จัดกำลังดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย โดยติดตั้งรั้วเหล็กเพื่อจำกัดพื้นที่ด้านหน้าสถานทูต และจัดการจราจรบนถนนวิทยุให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพื่อป้องกันผลกระทบต่อผู้ใช้เส้นทางและรักษาความปลอดภัยโดยรวม

นายพิชิต ระบุว่า การรวมตัวครั้งนี้ต้องการสื่อสารไปยังนานาประเทศว่า เหตุการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดน เป็นผลมาจากการรุกล้ำอธิปไตยของไทย โดยกัมพูชา ไม่ใช่ความผิดร่วมกันของทั้งสองฝ่าย พร้อมย้ำว่าไทยมีสิทธิในการปกป้องอธิปไตยของตนเอง และไม่ควรถูกกดดันให้เข้าสู่กระบวนการเจรจาโดยที่ไม่ยึดข้อเท็จจริงเป็นหลัก ทั้งยังเห็นว่าบทบาทของอาเซียน ควรเป็นการชี้ชัดให้กัมพูชาหยุดการกระทำที่ล่วงละเมิด ไม่ใช่เรียกร้องให้ไทยจำกัดการปฏิบัติการในพื้นที่ของตน
ด้านนายจตุพร กล่าวว่า ไทย-กัมพูชา มีความสัมพันธ์ทางการทูตยาวนานเกือบ 200 ปี แต่ไทยไม่เห็นด้วยต่อความพยายามของรัฐบาลสหรัฐ ในการเข้ามามีบทบาทในข้อพิพาทดังกล่าว พร้อมอ้างถึงเหตุการณ์ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิด ซึ่งไทยเชื่อว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงร่วมในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด นายจตุพร ระบุว่า ปัญหาดินแดนเป็นเรื่องละเอียดอ่อนระยะยาว และไทยไม่ต้องการให้สหรัฐเลือกข้างหรือใช้ความขัดแย้งเป็นเงื่อนไขกดดันไทยผ่านเรื่องการค้า พร้อมย้ำว่าไทยมีจุดยืนชัดเจนว่าไม่ต้องการให้สหรัฐเข้ามายุ่งเกี่ยวกับข้อพิพาทไทย-กัมพูชา

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมได้เผยแพร่แถลงการณ์ซึ่งระบุถึงข้อเรียกร้องต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ รวม 11 ข้อ เนื้อหาครอบคลุมประเด็นด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และบทบาทของสหรัฐในภูมิภาค โดยมีสาระสำคัญ ได้แก่
1.ขอให้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ในลักษณะทวิภาคี
2.ไม่ใช้สถานการณ์ดังกล่าวเป็นโอกาสในการแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของสหรัฐ
3.ให้สหรัฐตัดความสัมพันธ์และคว่ำบาตรกัมพูชา โดยอ้างถึงปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ
4.ระงับการส่งอาวุธให้กัมพูชา
5.ยุติการสนับสนุนด้านข้อมูลข่าวกรองที่เกี่ยวข้องกับไทยให้แก่กัมพูชา

6.หยุดการกดดันไทยในด้านการเสริมกำลังบำรุงด้านอาวุธและเทคโนโลยี
7.ยุติการซ้อมรบระหว่างสหรัฐ-กัมพูชา
8.ยุติการซ้อมรบคอบร้าโกลด์และการฝึกร่วมไทย-สหรัฐ เพื่อลดความกังวลต่อประเทศเพื่อนบ้าน
9.ยกเลิกบันทึกข้อตกลงอินโด-แปซิฟิก ระหว่างไทย-สหรัฐ
10.ยกเลิกข้อตกลงด้านแร่แรร์เอิร์ธ ระหว่างสองประเทศ
11.ให้ประธานาธิบดีทรัมป์ แสดงความเป็นกลางอย่างแท้จริง ในฐานะผู้เสนอตัวเป็นคนกลางในกระบวนการไกล่เกลี่ยและการหยุดยิง

กลุ่มผู้ชุมนุมได้ย้ำว่า ไทยยังคงรักษาความเป็นมิตรต่อทุกประเทศอย่างเสมอภาค แต่จะไม่ยอมละทิ้งการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ พร้อมยืนยันว่าประชาชนไทยจะไม่อยู่เฉยหรือเงียบงันต่อสถานการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคงและชีวิตของประชาชนบริสุทธิ์ พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐพิจารณาข้อเสนอทั้งหมดโดยเร็ว



