ชายผู้ตามล่าดอกไม้หายากกลายเป็นจุดสนใจของชาวโซเชียลมีเดีย เมื่อมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอบนอินสตาแกรมในช่วงไม่กี่วันก่อน โดยเป็นคลิปวิดีโอที่บันทึกช่วงเวลาที่เขาหลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตันใจ หลังจากพบดอกไม้ที่เขาเฝ้าตามหามานานถึง 13 ปีบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย 

“ช่วงเวลาแบบนี้มันตื่นเต้นสุดๆ” ดร. คริส โธโรก็อด รองศาสตราจารย์ด้านชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ซึ่งร่วมเดินทางในครั้งนี้ กล่าว “การเดินทางนั้นยากลำบาก และดอกไม้นั้นพิเศษมากจนเรารู้สึกสะเทือนอารมณ์ที่เจอมัน”

ดอกไม้หายากดังกล่าวคือดอก Rafflesia hasseltii ซึ่งเป็นดอกไม้ของต้นกาฝากชนิดหนึ่ง ดอกไม้ยักษ์สีแดงสดนี้หาได้ยากมาก โดยข้อความในโพสต์ของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดระบุว่า “เสือมีโอกาสเห็นมากกว่าคนเสียอีก” 

ข้อมูลจากโพสต์ดังกล่าวชี้ว่า ดร.โธโรก็อดและทีมงานของเขานั้น “เดินป่าทั้งกลางวันกลางคืนผ่านป่าฝนสุมาตราที่มีเสือตระเวนไปทั่ว” เพื่อค้นหาดอกไม้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดปรารถนาทางพฤกษศาสตร์นี้

เหตุผลหนึ่งที่คลิปวิดีโอช่วงเวลาของการค้นพบดอกไม้หายากได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะมีภาพของเพื่อนร่วมทีมและนักล่าดอกไม้ชาวอินโดนีเซียที่ชื่อว่า เซปเตียน “เดกิ” อันดริคิธัท นั่งเห็นคุกเข่า ร้องไห้เสียงดังด้วยความยินดีกับการค้นพบสุดพิเศษ ขณะที่โธโรก็อดกำลังปลอบโยนเขา จากนั้นภาพก็ตัดไปที่ดอกไม้สีแดง-ขาวขนาดมหึมาที่กำลังคลี่กลีบขนาดใหญ่ของมันออกมา

ในตอนท้ายของคลิป คู่หูนักล่าดอกไม้ได้รำลึกถึงการค้นพบหนึ่งในล้านของพวกเขา “มันน่าทึ่งมาก” อันดริคิธัทกล่าวด้วยความตื้นตัน โดยระบุว่าเขาตามล่าดอกไม้ชนิดนี้มานานถึง “13 ปี”

“ผมเป็นคนที่โชคดีที่สุดในชีวิตแล้ว” โธโรก็อดกล่าวเสริม

ดร. นักพฤกษศาสตร์เผยความรู้สึกว่า “การนั่งเงียบๆ กับดอกไม้ดอกนี้เป็นประสบการณ์ที่เหมือนอยู่คนละโลก” และเปรียบเทียบว่ามันเหมือน “สิ่งที่ถูกส่งมาจากดาวดวงอื่น”

การได้เห็นดอกไม้นี้คลี่บานมีความพิเศษอย่างยิ่ง เนื่องจากวงจรการบานของดอกไม้กาฝากในสกุลบัวผุดชนิดนี้ ไม่ยาวนานเท่าไหร่นัก 

“ดอกตูมของมันใช้เวลาพัฒนานานถึง 9 เดือน และจะบานเพียงไม่กี่วันเท่านั้น” โธโรก็อดกล่าว “ดอกนี้บานต่อหน้าต่อตาเราเลย”

เขาเสริมว่า “โอกาสที่จะเกิดขึ้นนั้น…โอ้โห ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นอัตตราเท่าไหร่ เหมือนกับว่ามันบานเพื่อเราเป็นพิเศษเลย”

ตามข้อมูลจากสวนพฤกษศาสตร์และสวนรุกขชาติออกซ์ฟอร์ด ดอก Rafflesia เป็นพืชกาฝากโดยสมบูรณ์ ใช้ชีวิตอยู่ในเครือเถาและจะปรากฏเหนือพื้นดินเมื่อถึงเวลาที่ดอกของมันจะบานเท่านั้น 

ดอกไม้ขนาดยักษ์เหล่านี้ยังส่งกลิ่นเหม็นที่คล้ายกับเนื้อเน่า ทำให้ได้รับฉายาว่า “ดอกไม้ซากศพ” กลิ่นนี้มีไว้เพื่อดึงดูดแมลงวัน ซึ่งถูกหลอกให้เข้าใจว่ามีซากศพให้วางไข่ และได้อาศัยแมลงเหล่านี้ในการผสมเกสรข้ามดอก

ดอกไม้ซากศพนี้มีมากกว่า 40 สายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ที่เรียกว่า Rafflesia arnoldii ที่พบในสุมาตรา อินโดนีเซีย เป็นพันธุ์ที่มีดอกขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดกว้างถึงสามฟุต

น่าเสียดายที่ดอกไม้เหล่านี้กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างรุนแรงเนื่องจากแหล่งที่อยู่อาศัยของพวกมันถูกทำลายมากขึ้น

“เนื่องจากมันต้องพึ่งพาพืชชนิดอื่น และเราไม่สามารถปลูกและอนุรักษ์พืชชนิดนี้ในสวนพฤกษศาสตร์ได้ง่ายๆ ทำให้ดอก Rafflesia ตกอยู่ในความเสี่ยงเป็นพิเศษ” แผนกพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดระบุ พร้อมกับชี้ว่า จำเป็นต้องมีการดำเนินการเร่งด่วนเพื่อปกป้องดอกไม้ที่น่าทึ่งเหล่านี้ และต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศและการแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อช่วยในการปกป้องแหล่งที่อยู่อาศัยของพวกมัน

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : X / @thorogoodchris1