เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ดร.ณัฐพงษ์ รอบคอบ เจ้าของช่อง Spark Update ผู้ผลิต “คอนเท้นต์” เผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์ม Social Media เปิดเผยถึงทิศทางและแนวโน้ม “แพลตฟอร์ม ซื้อ-ขายออนไลน์” ในปี  69 ว่ายังคงสามารถเติบโตได้ต่อไป ทั้ง “อี-คอมเมิร์ซ” และ “โซเชียล-คอมเมิร์ซ” เนื่องจากเป็นรูปแบบการค้า ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในกลุ่มที่มีสมาร์ทโฟน และสามารถออนไลน์เข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตได้เพิ่มมากขึ้น ทำให้อัตราการเติบโตของร้านค้าออนไลน์ในปี 68 มีตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก และตรงนี้เองที่มั่นให้มั่นใจว่า ทิศทางและแนวโน้มของธุรกิจซื้อ-ขายออนไลน์ในปี 69 จะมีมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากปีนี้   

ส่วนกรณีที่มีการระบุว่า “แพลตฟอร์มซื้อ-ขายออนไลน์” ได้สร้างโอกาสให้กับคนตัวเล็กนั้น ดร.ณัฐพงษ์ มองว่า เป็นเรื่องจริงที่เห็นได้จากคนไทยให้ความสนใจเปิดร้านค้าออนไลน์ขึ้นอย่างมากมากมาย เนื่องจากทุกคนมีโอกาสเหมือนกันในโลกยุคปัจจุบัน แต่ไม่ได้หมายความว่า ทุกคนจะประสบความสำเร็จเท่ากัน หรือขายของได้เหมือนกัน เนื่องจากองค์ความรู้ในการทำธุรกิจออนไลน์ของแต่ละคนแตกต่างกัน 

“แม้ว่า ร้านค้าออนไลน์จะเป็นโอกาสของคนตัวเล็ก แต่คนตัวเล็กต้องรู้จักตัวเองก่อนความ มีความสามารถทางด้านไหน จะขายอะไร ถนัดขายแบบไหน จะไลฟ์ไปขายไป ในแบบที่เรียกว่า โซเชียล-คอมเมิร์ซ ได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ก็จะต้องไปหา แพลตฟอร์ม-คอมเมิร์ซ ที่มีไว้บริการให้ทุกอย่าง ตั้งแต่จัดหน้าร้านไปจนถึงทำโฆษณาให้ ตรงนี้ต้องแล้วแต่เลือก แล้วแต่ชอบ แต่ขอย้ำอีกครั้งว่า ทุกคนมีโอกาสเหมือนกันแต่โอกาสที่ว่า ไม่เท่ากัน” ดร.ณัฐพงษ์ กล่าว 

ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูลจากผู้ประกอบการที่เปิดร้านขายสินค้าบน แพลตฟอร์มซื้อ-ขายออนไลน์ พบว่า แพลตฟอร์มซื้อ-ขายออนไลน์ ช่วยลดอุปสรรคสำคัญให้กับผู้ประกอบการรายย่อย หรือคนตัวเล็ก ได้หลายประการ เช่น  1.ลดต้นทุนให้กับคนตัวเล็ก คือ ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านจริง ไม่ต้องสร้างเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันด้วยตนเอง ผู้ขายสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ง่าย ด้วยการเปิดบัญชี และลงขายสินค้าขั้นต่ำได้เพียง 1 รายการเท่านั้น 

2.ช่วยให้คนตัวเล็กสามารถเข้าถึงฐานลูกค้าขนาดใหญ่ ผ่านแพลตฟอร์มซื้อ-ขายสินค้ารายใหญ่ เช่น Shopee ที่มีฐานลูกค้ามากกว่า 10 ล้านคน จึงทำให้คนตัวเล็กสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ทันที โดยไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ 

3.ระบบหลังบ้านที่ครบถ้วน ของแพลตฟอร์มซื้อ-ขายสินค้ารายใหญ่ ที่มีระบบจัดการสต๊อกสินค้า ระบบชำระเงินหลากหลายช่องทาง รวมทั้งระบบขนส่งที่เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการหลายราย ตลอดจนระบบรีวิวสินค้า และเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลที่ครบถ้วน ซึ่งร้านค้าไม่จำเป็นต้องลงทุนระบบเหล่านี้

4.การสร้างความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะการที่ผู้ขายเปิดร้านค้าอยู่บนแพลตฟอร์มซื้อ-ขายที่มีชื่อเสียง จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ ผ่านระบบรีวิว และการยืนยันตัวตนของร้านค้าได้อย่างชัดเจน 

ขณะที่ Priceza หนึ่งในแพลตฟอร์ม อี-คอมเมิร์ซ ที่ช่วยค้นหาสินค้าและเปรียบเทียบราคาจากร้านค้าออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคได้สินค้าราคาที่ดีที่สุด รายงานว่า ในปี 68  มีผู้ขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม อี-คอมเมิร์ซในประเทศไทย มากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ Shopee, Lazada และ TikTok Shop โดยมีร้านค้ารวมกันมากถึง 3 ล้านราย มีสินค้าที่พร้อมจำหน่ายมากกว่า 300 ล้านรายการ

ทางด้าน Shopee แพลตฟอร์มซื้อ-ขายสินค้ารายใหญ่สุดของประเทศไทย ได้มีมุมมองต่อตลาดอีคอมเมิร์ซสำหรับประเทศไทยใน ปี 68ว่า เป็นช่วงของการเติบโตและการแข่งขันอยู่ในระดับสูง ดังนั้น Shopee จึงได้เน้นกลยุทธ์ “Digital Bridge” คือ เชื่อมผู้ประกอบการไทยกับตลาดภูมิภาคและตลาดโลก เพื่อให้รองรับการขยายตัวของตลาดที่มีมูลค่าถึง 1.6 ล้านล้านบาท ขณะที่ในปี 69 ก็เตรียมผลักดัน อี-คอมเมิร์ซ  ในประเทศไทยให้ได้ถึง 50%เพื่อเป็นแกนหลักของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย โดยจะมุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มซื้อ-ขายสินค้า ด้วยเครื่องมือทางการตลาด และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างประสบการณ์ช้อปออนไลน์แบบ 360 องศาให้กับคนไทย รวมทั้งยังจะสนับสนุนธุรกิจไทยให้สามารถสร้างรายได้ ได้อย่างอย่างยั่งยืนอีกด้วย

นอกจากนี้ ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) เคยสำรวจผู้นำธุรกิจ 3,350 คนจาก 26ประเทศ และมีการสำรวจเพิ่มเติม ในประเทศไทยจากกลุ่มตัวอย่าง 100 คน ระหว่างวันที่ 8-13 พ.ย.67 พบว่า การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลของ SMEs ไทยมีจำนวนที่มากถึง 86% และ 100% ดำเนินงานในรูปแบบออนไลน์แล้ว ขณะที่อีก 70% มีการใช้ หรือทดลองใช้ AI ไปแล้ว ซึ่งในจำนวนนี้ ระบุว่า 90% มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการใช้ AI

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า แพลตฟอร์มซื้อ-ขายออนไลน์ จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อย หรือคนตัวเล็ก แต่ก็ยังมีความท้าทายที่คนตัวเล็กต้องเผชิญ เช่น การแข่งขันที่สูงขึ้น รวมไปถึงต้นทุนที่อาจเพิ่มสูงขึ้นจากค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ดังนั้นเจ้าของร้านค้าจึงจำเป็นต้องพัฒนาทักษะด้านการตลาดดิจิทัล รวมทั้งยังต้องศึกษาและติดตามการเปลี่ยนแปลงของกฎ-ระเบียบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง