วันที่ 23 พ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศน้ำท่วมในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ โดยได้เดินลุยน้ำเข้าสู่ย่านเศรษฐกิจสำคัญบริเวณตลาดสดพลาซ่า ถนนเพชรเกษม ซึ่งระดับน้ำเริ่มลดลงต่อเนื่อง อยู่ที่ระดับหัวเข่าถึงเอว ขณะที่ถนนศุภสารรังสรรค์ หรือย่านตลาดกิมหยง ระดับน้ำยังสูงตั้งแต่เอวจนถึงหน้าอก ส่วนถนนนิพัทธ์อุทิศ 1 ระดับน้ำลดลงพอสมควร ทำให้ประชาชนทยอยออกมารับข้าวและน้ำดื่มที่เจ้าหน้าที่ทหารนำรถบรรทุก GMC เข้ามาแจกจ่าย
อย่างไรก็ตาม บริเวณถนนนิพัทธ์อุทิศ 2 และนิพัทธ์อุทิศ 3 ระดับน้ำยังสูงมาก ตั้งแต่ระดับหน้าอกจนถึงมิดศีรษะ และมีกระแสน้ำเชี่ยว ทำให้การเข้าช่วยเหลือประชาชนเป็นไปด้วยความยากลำบาก
ผู้สื่อข่าวได้ขึ้นไปบนสะพานลอยเพื่อสำรวจภาพรวม และพบว่าสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ได้รับผลกระทบน้ำป่าจากเขาคอหงส์ไหลทะลักเข้าท่วมเช่นกัน ขณะเดียวกัน ถนนราษฎร์อุทิศ หรือเขตแปด ยังไม่สามารถนำข้าวกล่องและน้ำดื่มเข้าไปช่วยเหลือได้ เนื่องจากระดับน้ำยังสูงจมมิดหัวและกระแสน้ำแรงอันตรายต่อการผ่านเข้า–ออก
ระหว่างการสำรวจ ได้พบเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรฯ จำนวน 2 ลำ บินวนเหนือเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ก่อนลงจอดบริเวณชานชาลาสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ เพื่อขนส่งข้าวกล่องและน้ำดื่มสำหรับแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยที่สามารถเดินออกมารับได้ โดยกระทรวงระบุว่าจะจัดอาหารวันละ 3 มื้อ เช้า–กลางวัน–เย็น ต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ด้านนายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำในหลายพื้นที่เริ่มลดระดับลง โดยเฉพาะเขตเมืองชั้นใน แต่พื้นที่เขต 3–4 รวมถึงหน้าสถานีตำรวจหาดใหญ่ยังลดลงช้า เนื่องจากเป็นจุดรับน้ำหลักของคลองอู่ตะเภา การระบายน้ำจึงต้องใช้เวลา
นายณรงค์พร ระบุว่า น้ำท่วมครั้งนี้ถือว่ารุนแรงเป็นประวัติการณ์ โดยมีปริมาณน้ำฝนสะสมกว่า 900 มิลลิเมตรในรอบ 3–4 วัน และมีช่วงที่ฝนตกหนักถึง 305 มิลลิเมตรภายในคืนเดียว ส่งผลให้ระบบระบายน้ำในเมืองทำงานเต็มขีดจำกัด แม้หน่วยงานต่าง ๆ จะมีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าแล้วก็ตาม
สาเหตุสำคัญมาจากน้ำจำนวนมากที่ไหลลงมาจากเขาคอหงส์ตลอดทั้งคืน ทำให้อ่างเก็บน้ำขนาดราว 75 ไร่ มีปริมาณน้ำใกล้เต็มความจุ เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องเปิดประตูระบายน้ำและเสริมเครื่องสูบน้ำเพิ่ม เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อโครงสร้างอ่างเก็บน้ำ ซึ่งหากเกิดความเสียหายจะยิ่งส่งผลกระทบรุนแรง
สำหรับการช่วยเหลือประชาชนในหลายพื้นที่ยังติดขัด เนื่องจากมีรถยนต์จำนวนมากจอดหนีน้ำบนเส้นทางสำคัญ ทำให้รถทหาร รถบรรทุก และเรือท้องแบนเข้าไม่ถึงจุดประสบภัย จังหวัดจึงประสานกรมชลประทาน หน่วยทหาร และหน่วยงานส่วนกลางให้เร่งสนับสนุนกำลังและชุดยังชีพอย่างต่อเนื่อง
นายณรงค์พร คาดว่า หากไม่มีฝนตกหนักเพิ่มเติม สถานการณ์น้ำท่วมในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่จะทยอยกลับสู่ภาวะปกติภายในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ เทศบาลเตรียมแผนฟื้นฟูพื้นที่ ทำความสะอาดถนน ระบบสาธารณูปโภค และเร่งช่วยเหลือประชาชนหลังน้ำลด เพื่อให้เมืองกลับมาดำเนินชีวิตได้โดยเร็วที่สุด



