นางเอกสาวลูกครึ่งสุดฮอต “เดียร์น่า ฟลีโป” ที่ช่วงนี้โด่งดังไม่หยุดฉุดไม่อยู่จากผลงานละคร ได้มาเป็นแขกรับเชิญในรายการ “คุยแซ่บ Show” เพื่อพูดคุยถึงความสนิทสนมกับนักร้องระดับโลกอย่าง “ลิซ่า BLACKPINK” รวมถึงประเด็นดราม่าที่ถูกชาวเน็ตบางส่วนมองว่า “เกาะกระแส” เพื่อนดัง โดยเธอเผยว่า

“อีกหนึ่งคนที่สนิท นั่นคือน้องลิซ่า คือคนไทยทุกคนเชียร์และซัพพอร์ตสาวไทย จุดเริ่มต้นตั้งแต่เริ่มแรกที่ไปสนิทกัน คือครูก้อยที่สอนร้องเพลงของเดียร์และน้อง เขาบอกว่ารู้ไหมมีเด็กไทยจะไปเดบิวที่เกาหลี ชื่อ ลิซ่า อ่าว เหรอค่ะ แล้วเขาก็ดูผลงานเราด้วยนะ เขาดูเรื่องตามรักคืนใจ ตอนนั้นเดียร์เป็นคุณน้อง แล้วน้องก็อัดคลิปมา ดูคุณน้องด้วยนะ ซึ่งเป็นจุดแรกที่ได้เห็นเขาในคลิป น่ารักมาก แล้วบอกครูว่าถ้ามีโอกาสน้องกลับมาไทย นัดเจอกันได้นะ ก็เลยมีโอกาสได้เจอกัน ตอนนั้นน้องก็เริ่มเดบิ้วต์แล้ว แต่ที่น้องกลับมาไทยคนยังไม่ได้รู้กันเยอะ

ตอนที่เจอกันครั้งแรก เหมือนเราเจอน้องสาวคนนึงเลยค่ะ เหมือนเจอเด็กน้อยคนหนึ่งที่น่ารัก แล้วเขาก็มีความอ่อนน้อมถ่อมตนตั้งแต่วันแรกเลย แล้วสัมผัสได้ว่าเป็นคนอยู่ง่าย กินง่าย จริงใจ ใจดี ก็ยิ่งทำให้เราเข้ากันได้ง่ายมากๆ ด้วยความที่เขาไม่มีกำแพงด้วย ส่วนจุดที่ทำให้คิดว่าสนิทกันมากที่สุด น่าจะเป็นเหมือนเราสามารถคุยกันได้แทบทุกเรื่อง เหมือนเราเป็นรุ่นพี่อาจจะให้คำปรึกษาเขาได้ในบางเรื่อง ตัวน้องเองตอนที่ไปที่นู้นเขาแทบไม่ได้มีใคร พอเราได้มาเจอกัน มันเหมือนกับเขามีพี่สาวเพิ่มอีกคนนึง เหมือนมีที่ปรึกษาเพิ่มอีกคนนึง ถ้าเรื่องไหนที่เขาคิดว่าเดียร์ถนัด เขาจะมาถามว่าแบบพี่เดียร์คิดว่ายังไง เรียกได้ว่าอาจจะรู้จักเขาเร็ว เขาเหมือนแบบเปิดใจให้พี่คนนี้ไปแล้ว พอมันรู้จักแล้วมันก็รู้จักเลย มันก็สนิทกันไปเลย

จุดเริ่มต้นเป็นเด็กฝึกด้วยกัน แต่ตอนนี้เขาไประดับโลกแล้ว เราด้วยความสนิท คือ รู้สึกดีใจ ภูมิใจมาก เดียร์รู้สึกว่าเดียร์เซอร์ไพรส์กับเขาทุกครั้งที่เขาออกงาน ทุกครั้งที่เขาลงรูป เขามีอะไรใหม่ๆ ให้เราได้เซอร์ไพรส์ตลอดเขาไปได้ทุกแขนงเลย ร้องก็ได้ แล้วยังไปทางซีรีส์อีก ก็อยากเห็นเขาเติบโตแบบนี้ แต่จริงๆ ทุกวันนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จมากๆ แล้ว และภูมิใจมากๆ ที่เห็นน้องประสบความสำเร็จมากๆ แล้วก็อยู่ตรงนี้เสมอ 

แล้วหลายคนยังไม่รู้ว่าสนิทกันตั้งแต่น้องเองก็เพิ่งไปเกาหลี เดียร์น่าเองก็เพิ่งเรียนร้องเพลง เล่นละครไม่กี่เรื่อง คนจะไม่เห็นความสัมพันธ์ก่อนหน้านี้ คนจะมาโฟกัสหนักๆ ช่วงหลังที่มีโอกาสไปไหน มาไหนด้วยกัน เราต้องเข้าในวงการบันเทิง คนชื่นชมเราแต่ก็มีอีกมุมนึงหาว่าเราไปเกาะกระแสเขา คือจริงๆ ไม่อยากบอกอะไรเลย เพราะรู้สึกว่าเราห้ามความคิดเขาไม่ได้ แต่เรารู้เจตนาเราว่าเราหวังดีอยู่แล้ว เดียร์รู้สึกว่าเดียร์แคร์คนรอบข้าง แล้วเดียร์แคร์น้องมากกว่า แล้วตัวน้องเองเขาไม่ได้รู้สึกอะไรอย่างนั้นกับเราอยู่แล้ว เพราะทุกคนต่างรู้ว่าเพื่อนแต่ละคนที่อยู่รอบตัวน้องหวังดีและอยากให้น้องแฮปปี้ ทุกคนพยายามดูแลเขา อยากให้เขามีความสุข อยากให้เขาได้ใช้ชีวิตในวัยเด็กบ้าง ให้เขาได้ใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป 

แล้วเวลาที่เขากลับมา แน่นอนต้องมีการนัดเจออะไรกันบ้าง ช่วงแรกๆ เราไม่ได้ลงรูป เพราะว่ามันมีกฎของค่าย แต่พอ ณ วันนี้อาจจะเห็นพวกเราลงรูปกันค่อนข้างสบายมากขึ้น เพราะว่าเขาโตแล้ว ตอนนี้เขาแข็งแรงมากๆ แล้ว เดียร์ก็เคยนอยด์ รู้สึกแบบเราไม่ได้คิดอย่างนั้นเลยนะ ที่แบบคิดไม่ดี หรือคิดลบ แต่วันนี้เรามองข้ามไปแล้ว ถ้าน้องมีโอกาสได้ดูอยู่ ก็อยากจะบอกน้องว่า ภูมิใจในตัวลิซ่ามากๆ  แล้วก็แฮปปี้จริงๆ ที่น้องแบบประสบความสำเร็จมากๆ แล้วอยากให้น้องรู้ว่า เราอยู่ตรงนี้ตลอด ไม่ว่าจะหันมายังไงก็เจอแน่นอน มีเรื่องอะไรก็ปรึกษาได้ตลอด จะอยู่เป็นเพื่อน เป็นพี่ คอยไปเที่ยวด้วยกันทุกครั้งที่น้องว่าง“

นอกจากนี้เธอยังอัปเดตเรื่องหัวใจว่า “สำหรับเรื่องหัวใจของเราตอนนี้ก็ถือว่ามีคนคุยอยู่ค่ะ คุยนานแล้วค่ะ 5 ปีแล้วค่ะ เป็นคนนอกวงการค่ะ ถามว่าทำไมไม่เปิดตัวช่วงแรกๆ เรารู้จักกันช่วงโควิด เราเองก็ยังไม่รู้ว่าจะยังไง ดูกันไปก่อน แต่พอวันนึงโอเคเราก็คบกันมาได้สักระยะนึงแล้ว มันกลายเป็นว่า เป็นแบบที่ผ่านมา มันก็แฮปปี้ดี เดี๋ยวนี้โซเชียลก็เป็นดาบสองคม บางทีเราลงไป คอมเมนต์มันต้องมีท็อกซิกบ้างแหละ เราไม่อยากเสพตรงนั้น แล้วเราเองก็ไม่อยากให้เขาได้รับผลกระทบหรือไปอ่านอะไรที่ไม่ได้เป็นในแง่บวก เราเลยมองว่าอย่างนี้ก็แฮปปี้ดีนะ จริงๆ ใช้ชีวิตปกติมากเลยแค่ไม่ได้อัปโซเชียลแค่น้้นเลย ส่วนเขาโอเคไหมกับการไม่ต้องเปิดตัว เขาโอเคนะคะ ตัวเขาเองไม่ได้เป็นคนอยู่ในโซเชียลอยู่แล้ว แล้วเขาก็ไม่ได้เล่นแพลตฟอร์มอะไรเยอะ อินสตาแกรมเขาไม่เล่นเลย เพราะฉะนั้นเขารู้สึกว่า แล้วแต่เราสะดวกเลย เขาเข้าใจ“