กลายเป็นข่าวที่คนสนใจหนักมากทีเดียวสำหรับเรื่องราวของพระเอกดังตลอดกาล “เขตต์ ฐานทัพ” ที่ล่าสุดควงภรรยา “แนท ทักษญา” และทนายความ ตั้งโต๊ะแถลงปมดราม่าอมเงินอาร์ตทอย ยันความบริสุทธิ์ เคลียร์ใจจบกับบริษัทคู่สัญญาเรียบร้อยแล้ว แฉยับจุดเริ่มต้นปัญหาเกิดจากสินค้าหายไป 1,530 ชิ้น แต่อยู่ดีๆ กลับโดนกลุ่มคนเบื้องหลังที่เป็น “นายหน้ามืด” อ้างติดต่อไม่ได้-ขู่แขวนชื่อประจานลงเพจดัง ด้านพระเอกรุ่นใหญ่ลั่นทำงานมา 30 ปีไม่เคยเจออะไรแบบนี้
แนท เผยว่า “ขออนุญาตเล่าก่อนว่าวิธีการที่จะเอาตราสัญลักษณ์นี้ไปใช้ทำเวอร์เชียนไม่ใช่การจ้างผลิต เป็นการที่ผู้ผลิตท่านใดที่มีความสนใจก็สามารถทำเรื่องมาขออนุญาตและนำเสนอรูปแบบ คุณภาพราคา ถ้าได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ ปัญหาก็คือบริษัทอาร์ตทอยที่มีปัญหาได้ทำการขออนุญาตในการผลิตมาทั้งหมด 20,000 ชิ้น ซึ่งจะแบ่งเป็นสองเอสเคยู มีตุ๊กตาเป็นพวงกุญแจตัวใหญ่กับตัวเล็ก อันนี้เป็นหนังสือที่บริษัทขออนุญาตในการผลิต”

“การที่จะขอตราสัญลักษณ์ไปใช้ในธุรกิจนี้มีสองแบบ แบบแรกคือคุณชำระค่าใช้ตราสัญลักษณ์เหมือนกับว่าการที่เราจะเอามาสคอต อันหนึ่งหรือลายเส้นอะไรสักอย่างมาใช้ มันก็จะมีแบบนี้ คือหนึ่งชำระเลยครั้งเดียวตอนขออนุญาตและดำเนินการผลิตตามจำนวนที่เราคุยกันไว้ กับแบบที่สอง เป็นแบบคือแบ่งยอดรายได้กัน ซึ่งเราตกลงกันที่แบบที่สอง คือการแบ่งรายได้กันโดยที่ไม่ได้ โดยการที่จะนำไปใช้ เราก็จะมีข้อกำหนดโดยหนึ่งจะต้องผลิตตามที่ตกลงกันไว้เท่านั้น สองไม่อนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์ในลักษณะอื่นใด และไม่ให้มีการสต๊อกสินค้า”

“คราวนี้เราก็ผลิต จำหน่าย จนเสร็จสิ้น สิ่งที่มันเป็นปัญหาคือ พอมีการตรวจเช็กยอดขายนับสต๊อก สิ่งที่เกิดขึ้นคือเรามาค้นพบในภายหลังว่าสินค้า 20,000 ชิ้นสุดท้ายมีการผลิตและนำเข้ามาแค่ 6000 ชิ้น โดยที่ไม่ได้มีการแจ้งหรือขออนุญาตล่วงหน้า อันนี้คือจุดที่หนึ่งที่เป็นปัญหา จุดที่สองเอกสารด้านซ้ายมือที่ทางบริษัทนำเสนอมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของทางเราเองได้มีการตรวจนับสต๊อกตามนั้น สิ่งที่เราพบคือมีสินค้าหายไป 1,530 ชิ้น จาก 6,000 ไม่ใช่ 20,000 เท่ากับว่าในตอนแรกตกลงกันไว้ว่า 20,000 ชิ้น แต่มาจริง 6,000 ชิ้น และหายไปจากสต๊อกอีก 1,530 ชิ้น คำถามคือมันหายไปได้อย่างไร ก็ได้รับการชี้แจงว่าเอาไปแจก ซึ่งเป็นการแจกโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตและไม่มีสิทธิดำเนินการ สินค้าทั้งหมดรายได้ที่เราได้มามันเป็นการนำส่งคณะกรรมการสิทธิประโยชน์ด้วย และในส่วนของค่าดำเนินการด้วยทั้งหมดนี้เราก็ได้ดีแคร์ คราวนี้เพราะปัญหาที่มันเกิดขึ้นที่กำลังเป็นประเด็นกันอยู่มันอยู่ที่ 1,530 ชิ้นที่หายไป หลังจากสรุปจบทางทีมพี่เอง ได้มีการสรุปตัวเลขไปให้ 1,530 ชิ้นนี้ เราก็ไม่สามารถยอมได้ ก็ต้องคิดค่าส่วนแบ่งรายได้ตามปกติ ปัญหาคือส่วนแบ่งรายได้ของยอด 1,530 ชิ้นนี่แหละที่คุยกันไม่ลง
ซึ่งสิ่งหนึ่งที่เห็นในข่าวแล้วรู้สึกว่าเป็นเท็จมากๆ คือบอกว่าหายไปเลย ซึ่งเขาบอกว่าหายไปเลย มันก็ดูเหมือนจะตั้งใจ แต่จริงๆ ไม่ได้หาย มีหลักฐานการติดต่อมาตลอดเวลา และในวันที่ออกข่าวไป งงมากเพราะก่อนหน้าหน้านั้นมีการคอนเฟิร์มยอดมาแล้วด้วยซ้ำด้วยวาจา พอเห็นข่าวเราก็งงว่าเกิดเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร ณ วันนี้ หลังจากที่ออกข่าวไปแล้วและมีการพูดถึงพาดพิงในสื่อต่างๆ ทางบริษัทอาร์ตทอยเองได้ติดต่อเข้ามาเพื่อที่จะพูดคุยในเรื่องนี้และล่าสุดได้ตกลงตัวเลขกันเรียบร้อยแล้ว ตกลงยอมรับคือตัวบริษัทเองเขาไม่ได้มีความที่อยากจะเป็นเรื่องเป็นราวกับใคร แต่สิ่งที่อยากจะพูดวันนี้อีกเรื่อง ทางบริษัทอาร์ตทอยได้มาชี้แจงว่าเขาไม่ได้มีส่วนในการปล่อยข่าวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นบริษัทและเจ้าหน้าที่ภายใน นี่ก็เลยเป็นสิ่งที่พี่ค่อนข้างงงว่าสรุปแล้วเป็นใคร”

เขตต์ เผยว่า คือปัญหากับบริษัทเราเคลียร์จบ ว่ารายละเอียดเป็นแบบนี้ตามข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่ปัญหาคือมันมีกลุ่มบุคคลที่เป็นนายหน้า ซึ่งเขานำเราไปเจอกับตัวคู่สัญญา เสร็จปุ๊บได้มีการติดต่อกันเราก็คิดมาตลอดว่าเขาคือตัวแทนของบริษัท
แนท “พี่เพิ่งมารู้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่าเขาไม่ใช่ตัวแทนจากบริษัท”
เขตต์ “คือเป็นกลุ่มบุคคลเรียกว่านายหน้า ซึ่งตลอดเวลามีการขู่ ผมมองว่าทุกอย่างมันเป็นข้อเท็จจริงหมด เราไม่เห็นต้องกลัวอะไรถ้าเราดีแคร์ตามนี้ มันคือสิ่งที่ถูกต้องทั้งหมด แต่กลายเป็นว่าสิ่งที่เขาขู่เราเขาดันไปทำจริงๆ เอาชื่อผมไปแขวนถึงแม้จะเป็นตัวย่อก็แล้วแต่ในเพจต่างๆ ตลอดระยะเวลาการทำงานมา 30 ปีของผม ผมไม่เคยโดนแขวนแบบนี้มาก่อน ทำให้ผมรู้สึกว่าผมไม่ได้ได้รับความยุติธรรม ก็เลยอยากจะชี้แจงกับสื่อเหมือนชนทุกท่าน อ้างว่าติดต่อผมไม่ได้ ซึ่งจริงๆ ผมไม่เคยติดต่อไม่ได้ ใครที่รู้จักผมติดต่อผมได้หมดทุกคน และผมไม่เคยหนีปัญหาอะไร แต่ว่าครั้งนี้เป็นอะไรที่รู้สึกว่าเสียความรู้สึกนิดหน่อยกับสิ่งที่เกิดขึ้น และอยากจะพูดถึงคนที่ฝากข่าวไป และคนที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางทั้งหลาย จริงๆ แล้วผมอยู่ในที่ที่ทุกคนรู้จักผม คุณอยู่ในที่มืด คิดว่าจะทำอะไรกับคนที่มีคนรู้จักก็ได้ คุณคิดว่าคุณเอาเขามาแขวนเมื่อไหร่ก็ทำ แบบนี้มันได้เหรอครับ มันยุติธรรมสำหรับผมแล้วเหรอ”




