ปีนี้ ชนเผ่าพื้นเมืองที่ตั้งถิ่นฐานในป่าอเมซอนถูกจำกัดการมีส่วนร่วม ไม่ได้มีส่วนออกเสียงในการพัฒนาพื้นที่ในป่า ซึ่งถูกรัฐบาลบุกรุกนำไปพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมเพื่อเร่งการเติบโตของเศรษฐกิจ พวกเขาตะโกนว่า “พวกเรากินเงินไม่ได้”
นอกจากคนพื้นถิ่นแล้ว ผู้คนทั่วโลกก็ไม่พอใจการประชุม COP บอกว่ามีแต่วาทะกรรม ไม่มีการผลักดันให้ลงมือทำจริงจัง พวกเขาบอกว่าโลกไม่เหลือเวลาอีกแล้ว ต้องเร่งการเปลี่ยนแปลงโดยเร็ว ถ้าไม่เร่งลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเพราะเกรงใจกลุ่มประเทศมหาอำนาจ โลกเราจะหายนะในไม่ช้า ที่สำคัญงบประมาณการประชุมส่วนใหญ่เน้นการสร้างภาพ ฟอกเขียว แทนที่จะนำงบประมาณจำนวนมหาศาลนี้ไปลงมือแก้ปัญหากันอย่างจริงจัง

ปีนี้เยาวชนไทยส่งเสียงดัง เรียกร้อง 6 ประเด็น ได้แก่ 1.ระบบสาธารณสุขรองรับวิกฤติการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ 2.การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน 3.ความมั่นคงด้านน้ำสำหรับทุกคน 4.การส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างจริงจัง 5.หลักสูตรการศึกษาเรื่องภาวะโลกเดือด 6.การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนในระดับนโยบาย

ส่วนองค์กรที่รณรงค์เรื่องนี้เช่น Greenpeace ก็เรียกร้องให้ 1.จำกัดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล 2. เพิ่มขนาดกองทุนโลกเดือด เพิ่มวงเงินสนับสนุนการลงทุนสีเขียว และลดวงเงินการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ทำร้ายโลก 3. ปกป้องสิทธิของชนพื้นเมือง และสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในระดับนโยบาย รวมถึงส่งเสริมให้ชนพื้นเมืองเป็นผู้ดูแลป่า
โดยสรุปที่ผู้ประท้วงไม่พอใจคือ “ได้แต่พูด แต่ไม่ลงมือทำ เป็นการฟอกเขียว” ถ้าเป็นแบบนี้เราคงจะเห็นการประท้วงรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี ผู้แทนไทยที่ไปประชุมกลับมาต้องเร่งสร้างการมีส่วนร่วม และรีบลงมือทำให้เห็นผลทันที.



