การเป็นเจ้าของบ้านไม่เพียงแต่หมายถึงการมีสินทรัพย์ที่มั่นคง แต่ยังหมายถึงการมีเครื่องมือทางการเงินชิ้นสำคัญอยู่ในมือ เมื่อเวลาผ่านไป มูลค่าบ้านที่เพิ่มขึ้นและภาระหนี้ที่ลดลงสามารถแปรเปลี่ยนเป็นโอกาสในการเข้าถึงเงินก้อนได้ ซึ่ง “การรีไฟแนนซ์บ้านกู้เพิ่ม” คือหนึ่งในกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดสำหรับคนมีบ้านที่ต้องการเสริมสภาพคล่องทางการเงิน หรือจัดการภาระหนี้สินให้เบาลง ด้วยการใช้ประโยชน์จากศักยภาพของบ้านที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด


รีไฟแนนซ์บ้านกู้เพิ่มคืออะไร?

รีไฟแนนซ์บ้านกู้เพิ่ม (Top-Up) คือ การย้ายสินเชื่อบ้านที่ยังผ่อนชำระไม่หมดจากสถาบันการเงินเดิมไปยังสถาบันการเงินแห่งใหม่ เพื่อรับข้อเสนอที่ดีกว่า เช่น อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง พร้อมกันนั้น ผู้กู้สามารถยื่นขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติม (Top-Up) จากส่วนต่างของราคาประเมินบ้านในปัจจุบันกับยอดหนี้คงค้างเดิมได้

พูดให้เข้าใจง่ายคือ เป็นกระบวนการ “สองต่อ” ต่อที่หนึ่งคือการ “รีไฟแนนซ์” เพื่อลดภาระดอกเบี้ย และต่อที่สองคือการ “ขอกู้เพิ่ม” เพื่อนำเงินก้อนออกมาใช้จ่ายตามความจำเป็น โดยที่ยังใช้บ้านหลังเดิมเป็นหลักประกัน ซึ่งวงเงินที่กู้เพิ่มได้จะขึ้นอยู่กับราคาประเมินใหม่ของบ้านและนโยบายของแต่ละธนาคาร


ข้อดีของการรีไฟแนนซ์บ้านแล้วกู้เพิ่ม มีอะไรบ้าง?

การตัดสินใจรีไฟแนนซ์บ้านพร้อมขอวงเงินเพิ่มนั้นมีข้อดีที่น่าสนใจหลายประการ ซึ่งล้วนเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการเงินในระยะยาว ทำให้เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับเจ้าของบ้าน


1. ได้เงินก้อนมาเสริมสภาพคล่อง

ข้อดีที่ชัดเจนที่สุดคือการได้รับเงินสดก้อนใหญ่มาไว้ในมือ ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายวัตถุประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นการต่อเติมหรือซ่อมแซมบ้าน, เป็นค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตร, ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับธุรกิจส่วนตัว, หรือสำรองไว้เป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินในครอบครัว ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความคล่องตัวทางการเงินได้อย่างมาก


2. อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อส่วนบุคคล

โดยทั่วไปแล้ว สินเชื่อที่ได้จากการกู้เพิ่มพร้อมกับการรีไฟแนนซ์บ้านนั้น จัดเป็นสินเชื่ออเนกประสงค์แบบมีหลักประกัน (Secured Loan) ซึ่งใช้บ้านของเราเป็นสินทรัพย์ค้ำประกัน ทำให้ธนาคารมีความเสี่ยงต่ำกว่าการปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ส่งผลให้ผู้กู้ได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ “ถูกกว่า” อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับการขอสินเชื่อส่วนบุคคลหรือการกดเงินสดจากบัตรเครดิต


3. รวมหนี้ไว้ที่เดียว จัดการง่ายขึ้น

สำหรับผู้ที่มีภาระหนี้สินหลายก้อน เช่น หนี้บัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง สามารถใช้วงเงินที่กู้เพิ่มมาปิดหนี้เหล่านั้นได้ทั้งหมด (Debt Consolidation) แล้วรวมภาระหนี้ทั้งหมดมาไว้ที่สินเชื่อบ้านเพียงแห่งเดียว ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยโดยรวมลง แต่ยังทำให้การบริหารจัดการหนี้ง่ายขึ้น จ่ายค่างวดเพียงที่เดียว ไม่สับสน และสามารถควบคุมวินัยทางการเงินได้ดีกว่าเดิม


ใครบ้างที่เหมาะกับการรีไฟแนนซ์บ้านแบบกู้เพิ่ม?

การรีไฟแนนซ์บ้านพร้อมกู้เพิ่มเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับบุคคลหลายกลุ่ม แต่จะเกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ที่อยู่ในสถานการณ์ต่อไปนี้:

  • ผู้ที่ผ่อนบ้านมาแล้วระยะหนึ่ง โดยทั่วไปคือตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่สัญญาสินเชื่อเดิมมักจะอนุญาตให้รีไฟแนนซ์ได้ และเป็นระยะเวลาที่ผู้กู้ได้ชำระเงินต้นไปแล้วส่วนหนึ่ง ทำให้มีส่วนต่างของวงเงินเหลือพอที่จะกู้เพิ่มได้
  • ผู้ที่ต้องการเงินก้อนสำหรับเป้าหมายใหญ่ เช่น การลงทุน, การขยายกิจการ หรือการรีโนเวทบ้านครั้งใหญ่ ซึ่งต้องการวงเงินสูงและอัตราดอกเบี้ยที่ไม่แพงเกินไป
  • ผู้ที่มีหนี้สินหลายประเภทและต้องการรวมหนี้ บสำหรับผู้ที่มีหนี้หลายๆก้อนจากสถาบันการเงินต่างๆ เช่น หนี้สินเชื่อส่วนบุคคลหรือหนี้บัตรเครดิตที่มีดอกเบี้ยสูง การรวมหนี้จะช่วยลดภาระลง มาเหลือจ่ายที่เดียวที่ดอกเบี้ยถูกกว่า และทำให้การเงินคล่องตัวขึ้น


4 ขั้นตอนง่ายๆ ในการรีไฟแนนซ์บ้านพร้อมขอวงเงินเพิ่ม

กระบวนการรีไฟแนนซ์บ้านและขอวงเงินเพิ่มนั้นไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด สามารถสรุปขั้นตอนสำคัญเพื่อให้คุณเตรียมความพร้อมได้อย่างมั่นใจได้ดังนี้

  • 1. ตรวจสอบคุณสมบัติและประเมินความพร้อม เริ่มจากการตรวจสอบสัญญาสินเชื่อบ้านฉบับเดิมว่าครบกำหนดระยะเวลาที่สามารถรีไฟแนนซ์ได้แล้วหรือยัง (โดยทั่วไปคือ 3-5 ปี) และมีเงื่อนไขค่าปรับหรือไม่ จากนั้นประเมินความสามารถในการผ่อนชำระของตนเองและตรวจสอบประวัติเครดิตบูโรให้เรียบร้อย
  • 2. รวบรวมเอกสารสำคัญ เตรียมเอกสารส่วนตัว (สำเนาบัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน), เอกสารทางการเงิน (สลิปเงินเดือน, หนังสือรับรองเงินเดือน, รายการเดินบัญชีย้อนหลัง), และเอกสารเกี่ยวกับหลักประกัน (สำเนาโฉนดที่ดิน, สัญญากู้เงินและสัญญาจำนองของธนาคารเดิม) ให้ครบถ้วน
  • 3. เปรียบเทียบโปรโมชั่นและยื่นขอสินเชื่อ ศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบข้อเสนอจากธนาคารต่างๆ โดยพิจารณาทั้งอัตราดอกเบี้ย, วงเงินสูงสุดที่ให้, ค่าธรรมเนียมต่างๆ และโปรโมชั่นเสริม เมื่อเลือกธนาคารที่เหมาะสมได้แล้ว ให้ยื่นเรื่องขอสินเชื่อพร้อมเอกสารประกอบ
  • 4. รอผลอนุมัติและทำสัญญา หลังจากยื่นเรื่อง ธนาคารจะดำเนินการประเมินราคาหลักประกันและพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว จะนัดวันไปทำสัญญาจำนองฉบับใหม่ที่กรมที่ดิน พร้อมทั้งดำเนินการปิดบัญชีสินเชื่อจากธนาคารเดิม


ข้อจำกัดที่ต้องรู้ ก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์บ้านกู้เพิ่ม

แม้จะมีข้อดีมากมาย แต่การรีไฟแนนซ์บ้านกู้เพิ่มก็มีค่าใช้จ่ายและข้อควรพิจารณาบางประการที่ต้องนำมาประกอบการตัดสินใจ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด

  • มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ เช่น ค่าประเมินราคาหลักประกัน, ค่าอากรแสตมป์, ค่าธรรมเนียมการจดจำนองหลักประกัน 1% ของวงเงินกู้, และอาจมีค่าปรับกรณีไถ่ถอนก่อนกำหนดจากธนาคารเดิม
  • ต้องมีวินัยทางการเงินสูง การได้เงินก้อนใหญ่มาอาจทำให้เกิดการใช้จ่ายเกินความจำเป็น จึงต้องวางแผนการใช้เงินอย่างรัดกุมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามเป้าหมายที่วางไว้


สรุปบทความ

การรีไฟแนนซ์บ้านพร้อมขอวงเงินกู้เพิ่ม นับเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ทรงพลังสำหรับคนมีบ้านที่ผ่อนอยู่ และต้องการขอเงินก้อนนำมาใช้จ่ายในเรื่องที่ฉุกเฉิน/จำเป็น หรือนำมารวบหนี้ เคลียร์หนี้ได้ ช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงิน จัดการหนี้สินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และต่อยอดความฝันต่างๆ ให้เป็นจริงได้ ด้วยข้อดีด้านอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำและวงเงินที่สูงกว่าสินเชื่อประเภทอื่น

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสินเชื่อรีไฟแนนซ์และขอวงเงินกู้เพิ่ม สินเชื่อบ้านทีทีบี พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการ สำหรับสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ มีดอกเบี้ยให้เลือกหลายหลายตามไลฟ์สไตล์ ทั้งดอกเบี้ยต่ำคงที่ปีแรก เริ่มต้น 1.50% ต่อปี , ดอกเบี้ยคงที่สามปี เริ่มต้น 2.89% ต่อปี หรือ ทางเลือกดอกเบี้ยพิเศษเรทเดียวตลอดสัญญา ผ่อนดีปีที่ 4 ดอกเบี้ยไม่กระโดด สำหรับคนที่รีไฟแนนซ์บ่อย ไม่อยากวุ่นวายเรื่องเอกสารบ่อยๆ

สำหรับการขอวงเงินกู้เพิ่ม ก็มีสินเชื่อบ้านแลกเงิน ท็อปอัป ด้วยดอกเบี้ยต่ำคงที่ปีแรกเริ่มต้น 3.99% ต่อปี หรือทางเลือกดอกเบี้ยเรทเดียวตลอดสัญญา เช่นเดียวกัน

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมและเงื่อนไขการสมัคร สามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม หรือกรอกข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้ที่เว็บไซต์ทีทีบี หรือ สมัครได้ที่ ทีทีบี ทุกสาขา และ แอป ทีทีบี ทัช

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว : สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 3% – 6% ต่อปี • สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR-4.115% ถึง MRR-1.430% ต่อปี • : สินเชื่อบ้านแลกเงิน ท็อปอัป อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 5% – 8% ต่อปี • สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR-1.855% ถึง MRR+0.820% ต่อปี • โดยอัตราดอกเบี้ย MRR ณ วันที่ 15 ส.ค. 68 = 7.305% ต่อปี • อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ • เงื่อนไขการสมัครและอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกําหนด • รายละเอียดการคำนวณเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บไซต์ www.ttbbank.com