เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์” รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก “Thon Thamrongnawasawat” อธิบายปรากฏการณ์ rain bomb ที่ถล่มหาดใหญ่ โดยชี้ว่าเป็นฝนตกหนักระดับร้อยมิลลิเมตรขึ้นไปในเวลาสั้นๆ และตกค้างอยู่บริเวณเดิม

โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “อธิบายเรื่อง rain bomb หาดใหญ่ให้เพื่อนธรณ์เข้าใจแบบง่ายๆ rain bomb ที่ผมใช้เป็นศัพท์ทั่วไป ไม่ใช่ศัพท์วิชาการ ผมใช้เพื่ออธิบายปรากฏการณ์ฝนตกหนักระดับ 100-200 มม.หรือมากกว่าในช่วงเวลาสั้นๆ และตกแบบฝนแช่หรือในพื้นที่เดียวโดยไม่เคลื่อนไปไหน”

นอกจากนี้ ปัจจัยธรรมชาติหนนี้มี 3 อย่าง ดังต่อไปนี้
1.ลานีญา – พาลมตะวันออกส่งความชื้นเข้าไทย ฝนตกหนักกว่าค่าเฉลี่ย
2.ร่องมรสุม – พาดอยู่ภาคใต้ตอนล่างเป็นเวลานาน ไม่ขยับไปไหน
3.โลกร้อน – น้ำร้อนขึ้น ระเหยมากขึ้น อากาศร้อนจุไอน้ำได้มากขึ้น ในเมฆมีน้ำมหาศาล

อีกทั้ง “เมื่อ 3 ปัจจัยมารวมกัน จึงเกิดมหันตภัยรุนแรง ซึ่งเมื่อลองย้อนอดีตดู จะเห็นว่าปัจจัย 1 และ 2 เป็นไปได้ตั้งแต่สมัยก่อน แต่ปัจจัย 3 คือเมื่อโลกร้อนรุนแรง มันจึงทำให้เกิดฝนถล่มหนักกว่าสมัยก่อน นอกจากนั้น ยังคาดการณ์ได้ยาก เช่น ฝนที่น่าจะเบาแล้ว กลับมาหนักใหม่ เป็นปัจจัยเฉพาะพื้นที่ซึ่งพยากรณ์ล่วงหน้านานๆ แทบไม่ได้ ฝนแบบนี้เกิดได้ทุกที่ แม้แต่กรุงเทพก็เจอเป็นระยะ แต่ไม่นานเหมือนภาคใต้ตอนล่างในครั้งนี้ที่ฝนแช่นาน”

อย่างไรก็ตาม “อีกอย่างที่อยากให้สังเกตคือไม่ต้องมีพายุเข้าก็ฝนตกหนักได้ (พายุเข้าเวียดนามไม่เกี่ยวกัน) หมายถึง rain bomb อาจจู่โจมได้เสมอ ไม่เหมือนไต้ฝุ่นที่เราตามดูและพยากรณ์ได้แม่นยำ เป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่เราต้องเรียนรู้และหาทางรับมือไม่ว่าจะอยู่ไหน ภาคเหนือ ภาคกลาง อีสาน จรดใต้ แทบไม่มีที่ไหนในไทยที่จะปลอดภัยจาก rain bomb และโลกร้อนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเกิดย่อมรุนแรงมากขึ้นเรื่อย อีกทั้งยังทำนายล่วงหน้านานๆ ไม่ได้ จึงควรเรียนรู้และเตรียมตัวให้มากที่สุด เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ไม่มั่นใจถอยก่อนตอนที่ยังไปได้ แบตโทรศัพท์ใช้แบบประหยัด อาหาร/น้ำ ฯลฯ เป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวใต้ โดยเฉพาะหาดใหญ่ที่โดนหนักมาก หวังว่าทุกคนคงปลอดภัยครับ”

ขอบคุณข้อมูล : Thon Thamrongnawasawat