ร้อนแรงหนักมากทีเดียวสำหรับเรื่องราวดราม่าเงินทองและหนี้ของดาราและดีเจคนดัง นานา ไรบีนา ที่ทำเอาแก๊งนางฟ้า มองหน้ากันแทบไม่ติดเลยทีเดียว ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ทำเอาแฟนๆ พากันสนใจอย่างมากมาย และวิจารณ์กันเรื่องยืมเงินระหว่างเพื่อนอย่างมากมาย ล่าสุดนักแสดงสาว หญิง รฐา ที่เคยเจอปัญหาในชีวิตเช่นกัน ก็ได้เล่าเรื่องราวนี้ในงาน Thailand Gala Premiere ภาพยนตร์เรื่อง “Disney’s Zootopia 2 นครสัตว์มหาสนุก 2” ในฐานะนักพากย์ตัวละครหนึ่งของเรื่อง ซึ่งเธอก็เล่าว่า

หญิง เผยว่า “เรื่องข่าวยืมเงิน คือหญิงไม่ได้โดน ได้ยินมาบ้างแบบทุกๆ คน เป็นกำลังใจให้ทุกฝ่าย เรื่องเงินเซนซิทีฟไหม สำหรับหญิงเซนซิทีฟมาก เหมือนโบราณว่าไว้ ไม่ใช่แค่เพื่อนยังทำให้ขาดกันได้เลย เงินมันคมมันบาดนะ ถามว่าเพื่อนยืมเงินไหม ไม่ค่อยมีเงินมั้งคะ (หัวเราะ) อาจจะเป็นเพราะว่า หญิงเองเป็นเสาหลักของบ้านเพื่อนค่อนข้างรู้ แต่ก็มีบ้างไม่ได้เป็นก้อนใหญ่ หญิงมีความคิดว่าถ้าจะให้ยืม สมมุติเพื่อนยืมหมื่นนึงจะถามว่ามีห้าพันได้ไหม ให้ในจุดที่ว่าถ้าไม่ได้คืนก็จะไม่เป็นไร และเราก็จะไม่คาดหวังว่าจะได้คืน เพราะหญิงเชื่อว่าเงินออกจากกระเป๋าไปแล้ว มันเหมือนเราซื้อของ แล้วมันคงกลับมายาก แต่ไม่มีใครมายืมบ่อยหรอก มิตรภาพเสียอยู่แล้ว แต่หญิงว่าทุกคนมันเป็นคลื่นชีวิตเนอะมีขึ้นมีลง เชื่อว่าทุกคน คนรอบข้างทุกคนมีภาระของตัวเอง ถ้าวันหนึ่งจะต้องไปหยิบยืมใครอยากให้คิดถึงใจเขาใจเรา เขาให้เขาช่วยเรานะอยากให้คิดถึงตรงนั้นด้วย”
“เราต้องมีบาร์ของเรา ก็มีที่ผิดพลาดที่เจ๊งเหมือนกัน เราต้องดูว่าเราเคยเปิดมาระยะหนึ่งมันเคยดี วันนี้อาจจะยอดตก ด้วยเศรษฐกิจ ด้วยอะไรต่างๆ อย่างร้านส้มตำแม่ช่วงโควิด คนไม่เข้าร้านก็ต้องปิด เราต้องตัดภาระออกไป ขาเน่าต้องตัดขาจะปล่อยเน่าทั้งตัวไม่ได้ เราต้องยอมรับความจริงด้วย มันอาจจะมีทางอื่นที่ไปได้ ใครจะคิดว่าวันหนึ่งมีโทรศัพท์เครื่องเดียวก็หาเงินได้แล้ว จากที่ต้องมีร้านมีการเช่าที่ต้องมีลูกน้อง ติดแอร์ น้ำ ไฟ ค่าของสดอะไร แต่วันนี้โทรศัพท์เครื่องเดียวทำเงินได้แล้ว โลกเปลี่ยนไป เราแค่รับรู้เข้าใจยอมรับในสิ่งที่ผิดรีบถอยออกมาหาทางใหม่ๆ ที่มันปลอดภัยด้วยนะ สำหรับคนในวัยเรา การลงทุนไม่จำเป็นต้องลงทุนใหญ่แล้วนะ ทำอะไรก็ได้ให้มันขายได้ หญิงเห็นคนไลฟ์แล้วนอนแต่เงินมันยังหมุนอยู่ มันเป็นเรื่องใหม่เนอะ ศึกษาไว้เยอะๆ มันเป็นหนทางในอนาคตด้วย อย่างเจนี่ (เทียนโพธิ์สุวรรณ) มีรีพลายสตอรี่บางคน ส่งหัวใจไป ส่งสองนิ้ว ไม่ได้สีเวิร์ดดิ้งอะไร เราอยู่ในเจนพี่ๆ เขา แล้วเราเป็นน้อง และเราเคยเจอทุกคน ไม่ว่าจะพี่เจนี่ พี่นานา พี่วุ้นเส้น เรารู้จักกันหมด ในฐานะเราเป็นน้อง เราซัพพอร์ตความรู้สึกแล้วกัน เพราะเราไม่ได้รู้ทั้งหมด ไม่ได้โทรฯหาค่ะ แค่ให้กำลังใจทุกคนแล้วกัน หญิงเคยเจอมรสุมชีวิตนะ แต่มันโชคดีนะที่เกิดขึ้น มันเหมือนบทเรียนบางอย่างให้มีสติแล้วก็แก้ไขมัน ถ้าวันนี้เรา 60 แล้วเราล้มตอน 60 แบบนี้จะน่ากลัวกว่า แต่ ณ วันนี้เรายังมีแรงมีกำลังที่จะไปต่อได้สู้กับมันเถอะ สิ่งนี้จะสอนเราว่าในอนาคตเราจะใช้ชีวิตอย่างมีสติมากขึ้น ป้องกันตัวเองมากขึ้น”

หญิง เผยว่า “เรื่องการเป็นนักธุรกิจแล้วต้องทำตัวหรูหราไหม หญิงไม่เคยทำอะไรแบบนั้นนะ หญิงรู้สึกว่าการลักชูรี่สำหรับหญิง แค่ตื่นมาได้ออกกำลังกาย ได้เลือกอาหารกิน ได้กินไข่ต้ม 2 ฟองก็เรียกว่าลักชูแล้วนะ มันอยู่ที่ลักชูรี่ของแต่ละคนเป็นยังไง ธุรกิจเขาเหมาะสมกับอะไรมากกว่า สำหรับหญิงธุรกิจหญิงคือการอยู่บนสุขภาพที่ดี ซึ่งไม่จำเป็นต้องลักชูรี่แบบใด แต่บางคนที่เขาทำธุรกิจที่ลักชูรี่ แฟชั่น อันนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่เขาต้องทำ หรือเขาเชื่อแบบนั้น ไม่ได้บอกว่าเธอต้องทำเหมือนกันทั้งหมดนะ แค่เข้าใจว่าธุรกิจเราคืออะไร ของหญิงคืออาหารเสริม หญิงทำธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ หญิงแค่ทำให้สุขภาพดีมันเกิดจากอะไรแค่นั้นเอง”
“แต่การที่บอกว่าเราเลือกข้าง หญิงไม่ได้อยู่ข้างใครไง เพราะหญิงขอเป็นคนที่มองเข้าไปมากกว่า เราเคยอยู่ในจุดหนึ่งในช่วงชีวิตหนึ่งที่ผ่านมรสุมมา เราเป็นคนที่ต้องการกำลังใจเหมือนกัน ถ้าอยากให้เขาผ่านไป เรายิ่งต้องให้เขามีกำลังใจเพื่อวันต่อไป ของหญิงเมื่อตอนปี 3 อาจารย์คนหนึ่งพูดว่า ตอนหญิงมีปัญหาคือไม่ไปเรียน แล้วจะดร็อปตอนปี 3 อาจารย์โทรฯ มาพูดว่า ถ้าวันนี้เธอหนี พรุ่งนี้เธอก็ต้องหนีอีก แล้วจะหนีไปถึงเมื่อไหร่ ก็เลยนึกว่าเออจะต้องหนีไปถึงเมื่อไหร่ 30 ยังต้องหนีอยู่ไหม ก็เลยออกมายอมรับความจริง เจอมัน พิสูจน์มัน สู้กับมันไปต่อกับมันให้ได้ แล้วมันจะผ่านไปได้ค่ะ”

ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม realyingrhatha



