ข้อมูลที่น่าทึ่งมากคือ มีบริษัทเอกชนกว่าสองแสนรายที่ต้องจ่ายใต้โต๊ะ คณะทำงานฯ เตรียมจะแฉองค์กรที่รับสินบนเยอะ 10 อันดับแรกเร็วๆ นี้ ซึ่งต่างคนต่างก็ทายกันไปว่า หวยออกหน่วยงานไหนบ้าง และหน่วยงานไหน ป.ป.ช. มีข้อมูลเอาผิดได้บ้าง เสียงบ่นค่อนแคะกันว่า “ป.ป.ช.ยุคนี้เข้าถึงยาก” หรือ“ไม่ค่อยเป็นข่าวปราบโกง”
การปราบปรามทุจริต จะเอาแค่ทางลับ ก็จะกลายเป็นตัดความรับรู้ของประชาชนออกจากการทำงานขององค์กรอิสระ คดีใหญ่ๆ ไม่มีข่าวความคืบหน้า พอถามได้แต่คำตอบ“ไม่ได้นิ่งนอนใจ” พอจี้เข้าไปมากๆ ก็ตอบว่า “ช้าเพราะเราต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย”แค่คำตอบสองประโยคนี้ก็ทำเอาคนติดตามตรวจสอบปราบโกงท้อ ไม่รู้ตามอย่างไร
สังคมเราถึงได้หวังพึ่งพาภาคประชาชนออกมาแฉ เน็ตไอดอลออกมาตรวจสอบ พิธีกรข่าวออกมาเปิดประเด็น มากเสียกว่าหน่วยงานที่มีหน้าที่ ขณะนี้เรื่องที่แดงโร่ออกมาและฉาวมาก คือ กรณีค้นสายฟ้าแล่บเรือนจำพิเศษกรุงเทพ พบมีกระบวนการอำนวยความสะดวกให้จีนเทา ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐอยู่เบื้องหลัง พวกเพจต่างๆ ก็ขยี้ข่าวหนักมาก
ก่อนหน้านี้มีการแฉเรื่องการรับส่วยบ่อนออนไลน์ การรับส่วยกลุ่มสแกมเมอร์ ทำให้วาระปราบปรามทุจริตยิ่งถูกตีให้ดัง และประชาชนสนใจมาก พรรคประชาชน ( ปชน.) เปิดนำไปแล้ว สร้างสโลแกนที่จดจำคือ“มีเราไม่มีเทา” พรรคมีผลงานในเรื่องตรวจสอบสแกมเมอร์และทุนเทาอยู่แล้ว ตอนนี้ประชาธิปัตย์-ไทยสร้างไทยก็เล่นตาม
ในประเด็นเรื่องการปราบปรามทุจริต การเรียกใต้โต๊ะ สิ่งที่“ลุ้นว่าได้เห็นในรัฐบาลนายกฯหนู” คือ การที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย มีนโยบาย“กิโยตินกฎหมาย” คือการปรับแก้ไขอะไรต่างๆ เพื่อลดขั้นตอน เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน ซึ่งการลัดขั้นตอน การอาศัยช่องโหว่กฎหมาย มีผลให้เจ้าหน้าที่เรียกรับเงินได้
ต่อมา เมื่อทุกพรรคการเมืองต้องเตรียมการเลือกตั้ง ก็คาดหวังจะเห็นการประกาศนโยบายปราบทุจริต ปราบทุนเทา ดำเนินการกับใครที่จะมาใช้การเมืองฟอกตัว ..ยิ่งการที่ตอนนี้ภาพของทุนเทาถูกผูกโยงว่า“เป็นเงินทุนทางการเมือง” ยิ่งอยากเห็นแอคชั่นของแต่ละพรรคต่อปัญหานี้ ประกาศเป็นนโยบายให้ถูกทวงถามถ้าไม่ทำ
และการออกแบบรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องย้ำว่า ไม่ใช่การออกแบบเพื่อหวังเล่นงานทางการเมือง แบบที่ใช้ประมวลจริยธรรมเข้าจัดการแบบครอบจักรวาล นักการเมืองก็ควรมีประมวลจริยธรรมในส่วนของตนเอง ซึ่งน่าสนใจว่า จะออกแบบมาอย่างไรที่ไม่ใช่การมุ่งตัดสิทธิ์ แต่ก็ไม่ใช่การปล่อยให้การตรวจสอบถ่วงดุลหย่อนยาน
พรรคการเมืองที่ดูตื่นตัวที่สุดก็น่าจะเป็นพรรคส้ม ในการเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯของพรรค “หัวหน้าเท้ง”ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้เน้นย้ำดูแล ทำไทยให้ไม่เทา กำจัดธุรกิจคอร์รัปชั่นให้หมดไป “สร้างเครื่องมือทางดิจิทัลเป็นเครื่องมือสำคัญในการกอบกู้ความเชื่อมั่นของรัฐ สร้างความโปร่งใสมีส่วนร่วมของประชาชน”
ปี่กลองเลือกตั้งดังขึ้นแล้ว เที่ยวนี้เห็นว่า พรรคไหนยังไม่ตามกระแสปราบทุนเทา – ปราบคอร์รัปชั่น จะตกขบวน นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่พูดคุยกันบ่อยครั้ง แต่ไม่ค่อยเห็นผล คือการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ การสร้างความเท่าเทียมในความหมาย “ในการบังคับใช้กฎหมาย ไม่มีใครถูกเลือกปฏิบัติหรือมีสิทธิพิเศษ”
เมื่อถึงเวลาหาเสียง อยากให้แต่ละพรรคการเมืองพูดเรื่องที่ว่ามา ไม่ใช่แข่งแต่นโยบายประชานิยม.



