สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ว่า ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร ให้มีการจัดตั้ง “ภารกิจเจเนซิส” (Genesis Mission) ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มระดับชาติเพื่อควบคุมปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ในการสร้างความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์
สาระสำคัญของคำสั่งดังกล่าว เป็นการมอบหมายให้กระทรวงพลังงานสร้างแพลตฟอร์มเอไอแบบบูรณาการ ซึ่งจะรวมซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของประเทศ ชุดข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลกลาง และศูนย์วิจัย เพื่อเร่งรัดการค้นพบในสาขาต่าง ๆ ตั้งแต่ฟิวชันนิวเคลียร์ ไปจนถึงการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งแถลงการณ์ของทำเนียบขาวระบุด้วยว่า ทรัมป์หมายมั่นปั้นมือให้โครงการนี้ “มีความยิ่งใหญ่ในระดับเดียวกัน” กับ “โครงการแมนฮัตตัน” ที่ผลิตระเบิดปรมาณูในสงครามโลกครั้งที่สอง
สำหรับเป้าหมายสำคัญของโครงการนี้ เป็นผลจากการที่อเมริกากำลังอยู่ในสนามแข่งขันเพื่อความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีระดับโลกในการพัฒนาเอไอ โดยเนื้อหาในคำสั่งของทรัมป์ระบุว่า “เอไอคือพรมแดนที่สำคัญของการค้นพบทางวิทยาศาสตร์และการเติบโตทางเศรษฐกิจ”
แพลตฟอร์มที่เกิดขึ้น จะช่วยให้นักวิจัยและนักพัฒนาสามารถเข้าถึงทรัพยากรการประมวลผลประสิทธิภาพสูง เครื่องมือสร้างแบบจำลองเอไอ และชุดข้อมูลขนาดใหญ่ของรัฐบาลกลาง เพื่อฝึกฝนโมเดลพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ และทำให้การวิจัยเป็นไปโดยอัตโนมัติ
At the direction of President Trump, @ENERGY is leading a historic national effort to revolutionize the application of AI in science and innovation with the Genesis Mission.
— Secretary Chris Wright (@SecretaryWright) November 24, 2025
Together, America will redefine greatness as we launch the Genesis Mission. pic.twitter.com/0oj8rNPfql
ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มนี้ตั้งเป้าที่จะสาธิตความสามารถในการปฏิบัติงานเบื้องต้นภายใน 9 เดือน สำหรับความท้าทายทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญอย่างน้อยหนึ่งรายการ จากรายการลำดับความสำคัญ 20 รายการ ที่กระทรวงพลังงานต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 60 วัน
ทั้งนี้ ลำดับความสำคัญรวมถึงด้านการผลิตขั้นสูง เทคโนโลยีชีวภาพ วัสดุวิกฤติ พลังงานนิวเคลียร์ ควอนตัมคอมพิวเตอร์ และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นภาคส่วนที่สหรัฐกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากจีน
นอกจากนี้ คำสั่งที่ทรัมป์ลงนาม ยังเรียกร้องให้มีการเป็นพันธมิตรระหว่างรัฐบาลกลางกับบริษัทเอกชน มหาวิทยาลัย และห้องปฏิบัติการแห่งชาติ พร้อมกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เข้มงวดเพื่อปกป้องงานวิจัยที่ละเอียดอ่อน.
เครดิตภาพ : AFP


