เมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และนายกสมาคมกีฬาสควอชแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษกับผู้สื่อข่าว ที่ทำการคณะกรรมการโอลิมปิคฯ เกี่ยวกับเรื่องเบี้ยเลี้ยงและเงินอัดฉีดของนักกีฬา ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2025 ที่ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 9-20 ธ.ค.68
“บิ๊กหม่อง” เปิดเผยว่า ตอนนี้นักกีฬาทุกคนพร้อมลงทำการแข่งขันแล้ว แต่มีปัญหาเรื่องขวัญกำลังใจ เพราะเงินเบี้ยเลี้ยงออกช้า ทำให้เป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารของแต่ละสมาคมกีฬา ที่ต้องผ่อนหนักผ่อนเบากับนักกีฬา และโค้ช หรือกระทั่งออกเงินส่วนตัวไปก่อน ตนในฐานะนายกสมาคมกีฬาสควอชฯ จึงมีความเป็นห่วงในเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องสำคัญต่อกำลังใจของนักกีฬา

ส่วนเรื่องเงินอัดฉีดของนักกีฬาในซีเกมส์ 2025 ที่ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานโอลิมปิคไทย ได้เสนอให้เพิ่มแก่คนที่ได้เหรียญทองจาก 300,000 บาท เป็น 500,000 บาท, เหรียญเงิน จาก 150,000 บาท เป็น 200,000 บาท และเหรียญทองแดง จาก 75,000 บาท เป็น 150,000 บาท นั้น ตอนแรก ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ประกาศว่าจะขึ้นให้ตามนั้น แต่อีก 2 วันต่อมา มีการประชุมบอร์ดกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ผู้จัดการกองทุนฯ กลับแจ้งต่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกีฬา ว่า กองทุนฯ ไม่มีเงิน ทำให้ไม่สามารถเพิ่มเงินอัดฉีดให้นักกีฬาได้
“เรื่องนี้ผมซึ่งอยู่ในฐานะนายกสมาคมกีฬาฯ ด้วยมองว่า ผู้ว่าการ กกท. กับผู้จัดการกองทุนฯ ไม่ได้คุยกัน และเป็นโครงสร้างการบริหารงานที่บิดเบี้ยวของ กกท. เพราะกองทุนฯ ถูกตั้งเพื่อเป็นกระเป๋าเงินให้ กกท. คนมีอำนาจบริหารคือผู้ว่าการ กกท. ที่ต้องสั่งให้กองทุนจ่ายเงิน และกองทุนฯ ก็แค่ตรวจ แล้วก็จ่ายเงิน แต่วันนี้ ขั้นตอนการจ่ายเงินกลับยุ่งยากไปหมด ถือเป็นการทำงานที่ซ้ำซ้อน และกองทุนอาจจะสำคัญตัวเองผิดไป สมาคมกีฬาต่างๆ เลยงงไปหมดแล้ว”
ทั้งนี้ นายชลิตรัตน์ ได้เสนอแนวทางแก้ไขว่า แต่ละปีที่กองทุนฯ ได้เงินจากรัฐบาลราว 4,000 ล้านบาทนั้น ทุกฝ่ายควรมาคุยกันว่าสัดส่วนของแต่ละฝ่ายจะได้เท่าไหร่ เช่น ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศได้เท่าไหร่ กีฬาอาชีพได้เท่าไหร่ หลังจากนั้นค่อยมาดูว่าเหลืองบเท่าไหร่ แล้วถึงไปใช้อย่างอื่น แต่ทุกวันนี้เอาเงินอนาคตมาใช้ หมุนเงินไปเรื่อย เหมือนคนทำงานไม่เป็น เรื่องนี้ต้องให้สังคมกีฬาได้รับทราบ เพราะไม่อย่างนั้น สมาคมกีฬาก็โดนด่าอยู่ฝ่ายเดียวว่าทำไมเงินไม่ออก

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ปรึกษากับ ร.อ.ธรรมนัส ให้เข้ามาช่วยเหลือนักกีฬาในเรื่องนี้หรือไม่ นายชลิตรัตน์ เผยว่า “ไม่ได้คุยส่วนตัว แต่เชื่อว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี พยายามช่วยอยู่แล้ว เพราะรู้รายละเอียดทุกอย่างดี น่าจะกำลังหาทางออกให้นักกีฬาอยู่”
รองเลขาฯ โอลิมปิคไทย ยังกล่าวถึงกรณีนักกีฬาจากกัมพูชา ที่จะมาร่วมแข่งขันซีเกมส์ครั้งนี้หรือไม่ หรือว่ามากี่คน และมีนักกีฬาอะไรถอนตัวอีกหรือไม่ ว่า จะทราบอย่างชัดเจน ในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ เพราะหัวหน้านักกีฬาของกัมพูชา จะมาประชุมหัวหน้านักกีฬาที่ประเทศไทย ตอนนั้นน่าจะได้คุยกันให้ชัดเจน และได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ.



