ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมสภาเกษตรกร นายสมฤทธิ์ วงษ์สวัสดิ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานประชุมสภาเกษตรกร โดยมีสมาชิกสภาฯ ทั้ง 3 อำเภอได้แก่ อำเภอเมือง อำเภออัมพวา และอำเภอบางคนที เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ที่ประชุมได้หยิบยกปัญหาการขาดใบรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี หรือ GAP (Good Agriculture Practices) ของเกษตรกรผู้ปลูกส้มโอ ที่กำลังเป็นอุปสรรคหลักต่อการส่งออกผลผลิตของจังหวัด แม้ผลผลิตจะมีคุณภาพ แต่ตามมาตรการควบคุมการส่งออกกำหนดให้ผลผลิตต้องมีใบรับรอง GAP หากไม่มีใบรับรองจะไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการส่งออกได้ในทุกกรณี

ปัจจุบันจังหวัดสมุทรสงครามมีเกษตรกรปลูกส้มโอกว่า 3,000 ราย แต่มีเพียงประมาณ 800 รายที่ได้รับใบรับรอง GAP ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตไปยังตลาดต่างประเทศได้ ทั้งยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและบุคลากรผู้ตรวจรับรอง ส่งผลให้การออกใบรับรองในแต่ละปีไม่ครอบคลุมเกษตรกรทั้งหมด อีกทั้งยังต้องต่ออายุใบรับรองทุก 3 ปี ทำให้ระบบการรับรองล่าช้าและไม่ทันต่อความต้องการของตลาด

ที่ประชุมมีมติทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดขอให้พิจารณาสนับสนุนการขยายการตรวจและออกใบรับรอง GAP ให้ครอบคลุมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการเน้นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดได้แก่ ส้มโอ และมะพร้าว เพื่อเพิ่มโอกาสในการส่งออก ลดปัญหาผลผลิตล้นตลาด และป้องกันราคาตกต่ำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของจังหวัดในภาพรวม

ส่วนปัญหาผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมราคาตกต่ำ ที่ประชุมได้รับแจ้งว่า เกษตรกรกำลังเผชิญสถานการณ์ผลผลิตล้นตลาดต่อเนื่องหลายเดือนจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจและการออกผลในปริมาณสูงพร้อมกัน ทำให้ผลผลิตจำนวนมากค้างสวน บางรายต้องปล่อยผลทิ้งเนื่องจากไม่มีผู้รับซื้อ ส่งผลให้รายได้ลดลงอย่างมาก ขณะที่หน่วยงานรัฐยังไม่สามารถระบายผลผลิตได้ทัน

ขณะเดียวกัน สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดได้ลงพื้นที่ร่วมกับประธานสภาเกษตรกรตำบลและกลุ่มองค์กรเกษตรกรในทุกเขตเลือกตั้ง เพื่อตรวจสอบสถานการณ์จริง ทั้งลักษณะพื้นที่เพาะปลูก ปัญหาตลาด และปัญหาเชิงวิชาการ ก่อนนำเสนอเข้าที่ประชุมเพื่อคัดเลือกประเด็นสำคัญและมอบหมายเจ้าหน้าที่ศึกษาวิเคราะห์เชิงลึก โดยกำหนดให้แต่ละเขตเลือกตั้งเสนอประเด็นอย่างน้อย 3 เรื่องต่อปี

จากการลงพื้นที่ พบประเด็นปัญหาหลายด้าน เช่น ลิ้นจี่ออกดอกแต่ไม่ติดผล ปลาสลิดในตำบลแพรกหนามแดงตายยกบ่อ ซึ่งได้มีหนังสือถึงสำนักงานประมงจังหวัดเพื่อขอให้ตรวจคุณภาพน้ำและจัดอบรมเกษตรกร รวมถึงปัญหาราคามะพร้าวอ่อนตกต่ำเหลือลูกละ 2 บาท ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำรายงานวิเคราะห์เสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบร่างโครงการขับเคลื่อนแผนแม่บทพัฒนาเกษตรกรรม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568–2575 ภายใต้ตัวชี้วัดที่ 3 เน้นติดตาม ประเมินผล และเร่งรัดการนำแผนไปสู่การปฏิบัติ ประกอบด้วย 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ การสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร การพัฒนาเกษตรสีเขียว และการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรสู่ตลาดโลก โดยที่ประชุมเห็นชอบการดำเนินโครงการสร้างการรับรู้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อขับเคลื่อนการทำงานให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป