สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ว่านางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ตอบกระทู้ถามสดระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งคำถามหนึ่งเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างจีนกับญี่ปุ่น ซึ่งมีชนวนเหตุจากการให้ความเห็นของทาคาอิจิ เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ที่ผ่านมา ในประเด็นเรื่องไต้หวัน ซึ่งผู้นำญี่ปุ่นกล่าวว่า คำพูดของเธอในวันนั้น “เป็นการตอบคำถามอย่างจริงใจ” ต่อคำถามซึ่ง “มีความเจาะจง” เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ญี่ปุ่นจะตอบโต้ทางทหาร ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับไต้หวัน

ผู้นำญี่ปุ่นกล่าวด้วยว่า ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับประเด็นไต้หวัน เธอถือเป็น “ความรับผิดชอบ” ของตนเอง ที่จะต้องปกป้องประโยชน์สูงสุดของชาติ และยังคงยืนยันการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับจีนผ่านการเจรจา


ขณะที่แถลงการณ์ฉบับล่าสุดของกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นระบุว่า รัฐบาลทาคาอิจิ “ยังคงจุดยืนของรัฐบาลไว้อย่างสมบูรณ์ในเรื่องไต้หวัน จึงไม่จำเป็นต้องมีการทบทวนหรือพิจารณาใหม่ เกี่ยวกับสิ่งที่ถือเป็นสถานการณ์ที่คุกคามการอยู่รอดของญี่ปุ่น”


นอกจากนี้ ทาคาอิจิสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลังทรัมป์พูดคุยกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ซึ่งแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า สีกล่าวกับทรัมป์ว่า การกลับมารวมไต้หวันเข้ากับจีนแผ่นดินใหญ่เป็น “ส่วนสำคัญของระเบียบระหว่างประเทศหลังสงคราม”

อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของญี่ปุ่นไม่ได้ระบุว่ามี ทาคาอิจิสนทนากับทรัมป์เรื่องไต้หวันหรือไม่ และทรัมป์ไม่ได้กล่าวด้วยว่า หารือกับสีเรื่องไต้หวันหรือไม่


จนถึงตอนนี้ รัฐบาลปักกิ่งยังคงเดินหน้าเรียกร้องให้ผู้นำญี่ปุ่นถอนคำพูด ควบคู่ไปกับการใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจและการทูตหลายประการ รวมถึง “การเสนอแนะ” ให้พลเมืองหลีกเลี่ยงการเดินทางไปท่องเที่ยวและศึกษาในญี่ปุ่น การห้ามนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่น และเลื่อนการประชุมรัฐมนตรีวัฒนธรรมสามฝ่าย กับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้.

เครดิตภาพ : AFP