มื่อวันที่ 26 พ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนนทิเอก หนุนภักดี อุปนายกสมาคมธุรกิจเจ็ตสกีจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยถึงเหตุการณ์ระหว่างการนำทีมเจ็ตสกีเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่เขต 8 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยระบุว่า มีเหตุถูกยิงใส่และถูกข่มขู่หลายครั้ง แต่ยืนยันว่าไม่ได้ถอนกำลังและยังคงร่วมภารกิจอย่างต่อเนื่อง

นายนนทิเอก กล่าวว่า ทีมเจ็ตสกีจากภูเก็ตได้เข้าพื้นที่ตั้งแต่วันแรก ๆ ของเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ โดยประสานงานร่วมกับ “พี่เปิ้ล นคร” และทีมงานจิตอาสา พร้อมนำกัปตันผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ภัยทางน้ำลงพื้นที่ทันที แม้ช่วงแรกระดับน้ำยังไม่สูงมาก แต่มีฝนตกต่อเนื่องจนกระทั่งระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

ภารกิจหลักในช่วงแรกคือการช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง เด็ก ผู้หญิง และผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ซึ่งตลอดหลายวันทีมได้อพยพประชาชนแล้วกว่า 2,000–3,000 คน โดยมีเจ็ตสกีเข้าร่วมปฏิบัติการมากกว่า 50 ลำ ภายใต้การสนับสนุนของรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายอดุล รวมถึงตำรวจน้ำและหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

อย่างไรก็ดี นายนนทิเอกยอมรับว่า ทีมเจ็ตสกีถูกชาวบ้านบางรายต่อว่าเรื่องการขับขี่เร็วจนเกิดคลื่นกระแทกบ้านเรือน พร้อมชี้แจงว่าเป็นเพราะบางจุดมีกระแสน้ำแรงและหมุนวน หากขับช้าอาจทำให้เรือคว่ำและเป็นอันตรายทั้งต่อผู้ประสบภัยที่อยู่บนเจ็ตสกีและทีมงานเอง จึงต้องเร่งความเร็วในบางช่วงเพื่อความปลอดภัย

“เราเข้าใจว่าชาวบ้านเดือดร้อน แต่คนที่ด่ามีแค่บางคน เรากำลังช่วยคนเป็นพันชีวิต เราไม่ท้อ” นายนนทิเอกกล่าว

สำหรับกรณีที่มีเสียงปืนยิงใส่ เขาระบุว่า ไม่ได้ติดใจเอาความและไม่คิดดำเนินคดี เชื่อว่าอาจเป็นการส่งสัญญาณร้องขอความช่วยเหลือของชาวบ้านบางรายมากกว่า พร้อมย้ำว่าเจ็ตสกีภูเก็ต “ไม่มีการถอนตัวจากเขต 8” แม้จะมีความน้อยใจบ้างจากกระแสบางส่วน แต่ทีมงานทุกคนเข้าไปด้วยใจ ไม่ได้รับเงินบริจาคใด ๆ และสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายภายในสมาคมเองได้

นายนนทิเอกฝากถึงชาวหาดใหญ่และชาวสงขลาว่า ทีมงานติดตามทุกคำขอความช่วยเหลือที่ส่งเข้ามาในทุกช่องทาง และจะส่งต่อให้หน้างานในทันที แต่บางกรณีอาจเข้าช่วยไม่ได้เพราะกระแสน้ำเชี่ยว พร้อมขออภัยหากมีเคสที่ไม่สามารถเข้าถึงได้

“เจ็ตสกีภูเก็ตไม่ถอยครับ สู้ต่อจนกว่าน้ำจะลง และจนกว่าเจ็ตสกีจะเข้าไปไม่ได้จริง ๆ” นายนนทิเอกย้ำทิ้งท้าย