นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรฟท. แจ้งว่า การรถไฟฯ ได้รับแจ้งจากศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมบนขบวนรถไฟ (ศปรฟ.บช.ก.) เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2568 เวลา 21.15 น. ตำรวจสอบสวนกลางที่ปฏิบัติภารกิจบนขบวนรถไฟ ได้เข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดบนขบวนรถเร็วที่ 52 (เชียงใหม่-กรุงเทพอภิวัฒน์) จำนวน 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้าประมาณ 190,000 เม็ด ที่ลักลอบซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทาง ขณะอยู่บนขบวนรถ
เจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เพื่อลงจากขบวนรถและสอบปากคำเพิ่มเติม ที่สถานีรถไฟศิลาอาสน์ ทราบชื่อนายสุวัฒน์ อายุ 26 ปี และน.ส.นันทิชา อายะ 28 ปี (ขอสงวนนามสกุล) เป็นผู้ต้องหายาเสพติด ประเภท 1 (ยาบ้า) ของกลางยาบ้า 190,000 เม็ด แจ้ง ข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยการค้าก่อให้เกิดการแพร่กระจายของยาเสพติดในกลุ่มประชาชนและเป็นภัยต่อความมั่นคง” จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุตรดิตถ์ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดบนขบวนรถฯ ได้อีก 1 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบกระเป๋าต้องสงสัย เมื่อเปิดดูภายในกระเป๋าพบ หีบห่อพัสดุคล้ายยาเสพติด จึงได้สอบถามหาผู้เป็นเจ้าของ ขณะกำลังตรวจสอบนายยุทธนา (ขอสงวนนามสกุล) พบอาการมีพิรุธ จึงเข้าตรวจสอบและจับกุมผู้ต้องหา ซึ่งให้การยอมรับว่าเป็นเจ้าของกระเป๋า โดยตรวจพบยาเสพติด ประมาน 60,000 เม็ด จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ จากการปฏิบัติงานในครั้งนี้เป็นผลจากการบูรณาการร่วมของรฟท.และศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมบนขบวนรถไฟ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจภูธรภาค 5 สำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้จัดตั้งจุดตรวจ–จุดสกัด และคัดกรองบุคคลต้องสงสัยภายในสถานีรถไฟ บนขบวนรถ และตลอดเส้นทางสายเหนืออย่างต่อเนื่อง
ตามนโยบายของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ การรถไฟฯ ที่มุ่งเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมบนระบบราง ทั้งการลักลอบขนยาเสพติด การหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การขนสินค้าหนีภาษี และอาชญากรรมอื่น ๆ ในการสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมาย เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชนผู้ใช้บริการ เนื่องจากในขณะนี้กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดได้พยายามหาวิธีต่างๆ ในการขนยาเสพติดเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้น

นายอนันต์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ การรถไฟฯ ได้ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างตำรวจ และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อให้มาตรการคัดกรองและเฝ้าระวังบนขบวนรถไฟ เกิดประสิทธิผลเป็นรูปธรรมสูงสุด ดังนี้
• การสุ่มตรวจพื้นที่ สัมภาระ และบุคคลต้องสงสัยบนขบวนรถไฟและภายในสถานี โดยไม่แจ้งล่วงหน้า

• การเพิ่มความถี่ของการลาดตระเวนและเฝ้าระวังในจุดเสี่ยง
• การใช้ข้อมูลข่าวกรองเชิงป้องกันร่วมกับทุกหน่วยงาน

• การสุ่มตรวจสอบพนักงานและลูกจ้าง เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกับระบบขนส่งสาธารณะสากล
มีเป้าหมายเพื่อ ยกระดับความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่น และช่วยสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างสุจริต
การรถไฟฯ ขอขอบคุณตำรวจสอบสวนกลาง และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ และปลอดภัย พร้อมให้การสนับสนุนทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางให้กับประชาชน



