จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในภาคใต้ ปรากฏภาพประชาชนผู้ประสบภัยจำนวนมากติดค้างอยู่ในอาคารบ้านเรือนต่างๆ รวมถึงขาดแคลนอาหารประทังชีวิตนานติดต่อกันหลายวัน การอดอาหารเป็นเวลานาน นอกจากจะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารและพลังงานแล้ว อาจส่งผลกระทบกับระบบทางเดินอาหาร กล้ามเนื้อ โปรตีน และฮอร์โมนต่างๆในร่างกาย รวมถึงส่งผลให้จิตใจซึมเศร้า

แม้หลังจากการอดอาหารมาหลายวัน แล้วต่อมาได้รับเสบียงอาหารมารับประทาน ก็ใช่ว่าร่างกายจะรับอาหารนั้นๆได้ทันที แต่จำเป็นต้องทำให้ร่างกายมีการปรับตัวก่อน โดยต้องพึงระวังภาวะ “รีฟีดดิ้ง ซินโดรม (Refeeding Syndrome)” ส่งผลกระทบกับอวัยวะสำคัญๆ

“คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์” บอกเล่าสาระน่ารู้เกี่ยวกับภาวะดังกล่าว ว่า “รีฟีดดิ้ง ซินโดรม (Refeeding Syndrome)” เกิดจากการอดอาหารมาหลายวัน ทำให้ระดับเกลือแร่ในร่างกายลดลงผิดปกติ อาจทำให้หัวใจล้มเหลว หายใจล้มเหลว หรือเกิดอาการชักได้

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงมาก

กลุ่มเปราะบางที่ควรระวังเป็นพิเศษ ได้แก่

– ผู้ที่ไม่ได้กินอาหารนาน 5 วันหรือมากกว่านั้น หรือกินอาหารได้น้อยมาก

– ผู้สูงอายุ

– ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง อาทิ เบาหวาน, ไตเรื้อรัง, มะเร็ง

– ผู้ที่ผอมมาก น้ำหนักลดลงมาก

– ผู้ดื่มสุราเรื้อรัง

– ผู้ป่วยที่ไม่สามารถเข้าถึงอาหารหรือน้ำ ในช่วงน้ำท่วม

อาการเตือนที่ควรรีบพบแพทย์

– เหนื่อยมากผิดปกติ

– ใจสั่น หรือหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ

– หายใจลำบาก

– บวมหน้าหรือเท้า

– กล้ามเนื้ออ่อนแรง

– สับสน ชัก

แนวทางป้องกัน Refeeding Syndrome

1.เริ่มกินทีละน้อย เช่น 25-50 เปอร์เซ็นต์ของที่เคยกิน

2.หลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด น้ำอัดลม น้ำหวาน

3.ดื่มน้ำเกลือแร่ ORS หากมีอาการอ่อนเพลียหรือท้องเสีย

4.หากเป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ควรมีคนเฝ้าสังเกตอาการใกล้ชิด

สิ่งที่หน่วยแพทย์หรือศูนย์อพยพควรทำ

-คัดกรองผู้ที่ไม่ได้กินอาหารมานาน 5 วันหรือมากกว่านั้น

-เริ่มให้อาหารอย่างค่อยเป็นค่อยไป

-ให้เสริม วิตามินบี 1 (Thiamine) ก่อนเริ่มให้อาหาร

-ตรวจสัญญาณชีพ และสังเกตอาการผิดปกติ ในช่วง 24-72 ชั่วโมงแรก

-ในผู้ป่วยความเสี่ยงสูงหรือกลุ่มเปราะบาง อาจต้องเฝ้าอาการเป็นพิเศษ.